วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2557

Total return ของหุ้นที่มีปันผล

การดู Total return ของหุ้นที่มีปันผล

สมมติให้หุ้นนั้น
-มีอัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ยที่ 7% ต่อปี ตลอด 5ปี
(ซึ่งอัตราการโกรทระดับนี้หาได้ไม่ยากนัก)
-จ่ายปันผล 100% (เพื่อให้ง่ายในการคำนวน)
-ให้ตัวแปรคงที่ สมมติให้พีอีคงที่ ที่ 16 เท่า

สมมติ
ราคาที่ซื้อ คือ 200 เป็นราคา ณ พีอี 16 เท่า 

แปลว่า Earning ปีแรก คือ 12.5
ปีที่ 2 เท่ากับ 13.38
ปีที่ 3 เท่ากับ 14.31
ปีที่ 4 เท่ากับ 15.31
ปีที่ 5 เท่ากับ 16.38

ราคา ณ พีอี 16 ในปีที่ 5 คือ 262 หรือคิดเป็นกำไร 31%
หากคิด "เฉลี่ยต่อปี" จะกำไรเพียง 6.2% ต่อปี



แต่จริงๆแล้วยังได้ปันผลด้วย

และตลอด 5ปี ได้รับปันผล เป็นเงิน 12.5+13.38+14.31+15.31+16.38 = 71.88
กำไรจาก Cap. Gain  262 - 200 = 62
รวม 5ปี ได้ผลตอบแทน 71.88 + 62 = 133.88 หรือคิดเป็น 66.94 % หรือ "เฉลี่ย" 13.34% ต่อปี

เท่ากับ Total Return แท้จริงแล้วอยู่ที่ 13.34% ต่อปี

หรือหากดู "คร่าวๆ"  อาจใช้สูตร
Totel Return  =  อัตราการเติบโต + Div Yield
เช่น    7% + (12.5/200) = 13.25%

แล้วหากหุ้นนั้นมีอัตราปันผลที่ 50% กำไรหล่ะ จะเป็นอย่างไร
ลองดูครับ โดยให้ตัวแปรทุกอย่างเหมือนเดิม

ปีที่ 1 ปันผล จะได้  12.5/2 = 6.25 
ปีที่ 2 ปันผล จะได้  13.38/2 = 6.69
ปีที่ 3 ปันผล จะได้  14.31/2 = 7.16
ปีที่ 4 ปันผล จะได้  15.31/2 = 7.66
ปีที่ 5 ปันผล จะได้  16.38/2 = 8.19 

รวม 5ปี  ได้ปันผลรวม    35.95 
รวม 5ปี ได้ผลตอบแทน 35.95 + 62 = 97.95 หรือคิดเป็น  48.98%   หรือเฉลี่ย 9.80% ต่อปี
หรือหากคิดแบบ "คร่าวๆ" โดยให้สูตร Totel Return  =  อัตราการเติบโต + Div Yield 
จะได้  7% + (6.25/200) = 10.12%

อีกจุดที่ส่วนใหญ่มักมองข้ามไปคือ การจ่ายปันผลระหว่างทาง เรายังสามารถนำปันผลไปลงทุนได้อีก
จากตัวอย่าง จะทำให้ได้เห็นมุมมองของเงินปันผล อัตราการปันผล ว่าส่งผลสำคัญต่อพอร์ตลงทุนระยะยาวมากทีเดียว


  

วันอาทิตย์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2557

การดูหุ้น IPO เบื้องต้น

การดูหุ้น IPO เบื้องต้น

เนื่องด้วยผมสังเกตเห็นหุ้น IPO หลายตัว ทำราคาเสนอขายค่อนข้างแพง เลยคิดว่าบทความนี้น่าจะมีประโยชน์

การดูหุ้น IPO เบื้องต้นคร่าวๆว่าถูกแพงอย่างไร

1. ดู P/B เทียบกับหุ้นตัวที่ "น่าจะใกล้เคียง" ตัวที่ทำ IPO มากที่สุด

2. ดู P/E ของหุ้นที่ทำ IPO เทียบกับ ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือหากมีตัวที่ทำธุรกิจใกล้เคียงกันให้เปรียบเทียบก็จะดี

3.หากเป็นหุ้นที่ธุรกิจแตกต่างไม่มีลักษณะเดียวกันอยู่ในตลาดก่อนหน้าให้เปรียบเทียบ ให้ประเมินความเสี่ยง ว่าอยู่ในระดับใด เช่นการให้คะแนนคร่าวๆ 1-10 และประเมินอัตราการเติบโตในอนาคต แล้วจึงเปรียบเทียบกับหุ้นที่อยู่ในตลาด ว่า บ.ที่มีความเสี่ยงและอัตราเติบโตใกล้เคียงกันมี P/E, P/B เท่าใด
(แต่วิธีการแบบนี้จะเป็นเพียงการประเมินหยาบๆเท่านั้น)

โดยมากเรามักจะเจอหุ้นที่สามารถเปรียบเทียบได้ตามแบบข้อ 2 มากที่สุด

ตัวอย่างเช่น

มีหุ้นที่จะ IPO เป็นธุรกิจผลิตน้ำตาล
มันจึงเป็นการง่ายที่เราจะหา P/E ของหุ้นในปีปัจจุบัน คือ ใช้ E ของปี2556 (และอาจมองเฉลี่ยย้อนหลังสักสอง หรือสามปี) ในการหา P/E ปัจจุบัน

แล้วนำไปเทียบกับหุ้นที่ทำธุรกิจลักษณะคล้ายๆกัน เช่น KBS หรือ KSL ก็พอจะเห็นภาพว่า ราคา IPO นั้นเหมาะสมหรือไม่

การเทียบกับตัวที่อยู่ในตลาดนั้น เป็นการเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นว่า รารา IPO นั้นถูกหรือแพงเมื่อเทียบกับตลาดขณะนั้น แต่มิได้เป็นการบอกว่าโดยตัวมันเองถูกหรือแพงเมื่อเทียบกับมูลค่าของตัวมันเอง นั่นจึงเป็นที่มาของการดูหุ้น IPO เบื้องต้นเท่านั้น เพราะโดยมาก ผู้ที่ได้รับการถามว่าต้องการซื้อหุ้น IPO นั้น มักมีระยะเวลาในการตัดสินใจค่อนข้างน้อย เพราะโบรคต้องการคำตอบค่อนข้างเร็ว ดังนั้นการประเมินมูลค่าอย่างละเอียดด้วยวิธีอื่นๆ อาจทำได้ไม่ทันต่อการตัดสินใจ

วันพฤหัสบดีที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2557

เกณฑ์การปันผล

เกณฑ์การปันผล








หมายเหตุ
จุดที่น่าสังเกตคือ บ.สามารถล้างขาดทุนสะสมได้
หากบ.มีทุนสำรองตามกฎหมาย หรือส่วนล้ำมูลค่าหุ้น  

ยกตัวอย่าง งบดุลของทรู



กรณีของ ทรู มีขาดทุนสะสม -64,815 ลบ
การล้างขาดทุนสะสม เพื่อให้จ่ายปันผลได้จะต้อง มีส่วนล้ำมูลค่าหุ้น แต่ทรูมี ส่วนต่ำมูลค่าหุ้น ดังนั้นแนวคิดเรื่องการลดทุนมาล้างขาดทุนสะสมจึงเป็นไปไม่ได้




หากเจ้าหนี้คิดค้าน จะลดทุนมิได้
และการล้างขาดทุนสะสม ทำให้จ่ายปันผลได้ 
แต่ ด้านเจ้าหนี้ย่อมไม่พอใจเพราะกำไรได้มาไปจ่ายปันผลแทนที่จะมาจ่ายหนี้ 
ซึ่งหากหนี้อยู่ในระดับปกติเจ้าหนี้ก็คงจะโอเค แต่หนี้ระดับ Net D/E 8-10 เท่า 
เชื่อว่าเจ้าหนี้ไม่โอเคที่จะให้จ่ายปันผล
ต้องลดหนี้จนอยู่ในระดับปกติก่อนให้เจ้าหนี้พอใจและไม่คัดค้านก่อนครับ



วันจันทร์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2557

วิธีการวัดผลตอบแทนของพอร์ต

วิธีการวัดผลตอบแทนของพอร์ต

กรณีที่เงินต้นคงที่ตลอดทั้งปี ก็คงวัดได้ไม่ยาก
เช่น   เงินต้น 1 ล้าน ถือหุ้น 70% ก็ 700,000  และสำรองเงินสดไว้สำหรับซื้อหุ้นอีก 300,000
เลขที่ใช้เป็นฐาน ก็คือ 1,000,000   พอครบปี พอร์ตรวมเงินกลายเป็น 1,150,000
ก็จะได้  1,150,000/1,000,000 = 15%

แต่กรณีที่ มีการใส่เงินสดเข้าพอร์ตเพิ่มไปเรื่อยๆ หรือมีการดึงเงินออก อันนี้อาจหาค่าให้ตรงจริงๆได้ยาก
ทำให้ต้องใช้วิธีอื่นๆ

แบบแรก  แบบค่าเฉลี่ย
โดยนำเงินทุน ต้นปี + ปลายปี หาร สอง
ตัวอย่าง  ต้นปีเงินทุน  1,000,000 กลางปี ใส่เงินเข้าพอร์ตอีก 500,000 มูลค่าพอร์ตกลางปีเป็น 1,500,000    พอสิ้นปี มูลค่าพอร์ตเป็น  1,800,000
คำนวนได้    (1,000,0000+1,500,000)/2 = 1,250,000 เป็นฐาน
ผลตอบแทนเท่ากับ   1,800,000/1,250,000 = 44%
อันนี้จะเป็นการคำนวนแบบคร่าวๆ


อีกแบบคือ การคำนวน แบบ IRR โดยใช้ Excel
เราต้องจดวันที่ ที่เงินเข้าและเงินออกทุกครั้ง






ต้องเข้าใจว่า IRR คือการคำนวน โดยอิงเวลาคือ 1ปี ดังนั้น หากเราทำผลตอบแทนได้เดือนละ 20% IRR จะคำนวนว่า เราจะทำได้แบบนี้ทุกเดือน แล้วคิดเป็นปี
ดังนั้นการใช้ IRR เราจะไม่เห็นผลตอบแทนที่แท้จริงระหว่างปี จนกว่าจะครบปี (ระหว่างปี ตัวเลขจะสูงเกินจริง)   แต่ข้อดีคือเมื่อครบปี จะคำนวนเงินทุกก้อนที่ใส่หรือถอนจากพอร์ต โดยคำนวนถึงเวลาที่เงินทำงานในพอร์ตด้วย



อีกวิธีคือ การคำนวนแบบ  NAV

เช่นเงินลงทุนเริ่มแรก 1,000,000 บ  เรากำหนดให้ หน่วยละ 10 บ.
จะได้ 100,000 หน่วย (เพื่อความสะดวก เราจะใช้ NAV ของสิ้นวันก่อนหน้าเป็นตัวคำนวนเมื่อซื้อหรือขายหน่วยลงทุน)




โดยหลักๆ คือการเก็บข้อมูลครบๆ
-วันที่ในการเพิ่มเงินเข้าพอร์ต และถอนเงินออกจากพอร์ต
-มูลค่าพอร์ต ณ วันที่ใส่เงินเข้า หรือถอนเงินออก
-มูลค่าพอร์ต ณ สิ้นปี

ถ้าข้อมูลครบ จะคำนวนย้อนหลังแบบไหนก็ทำได้หมด และที่สำคัญคือ เงินที่เตรียมไว้ในพอร์ต แม้จะไม่ได้ซื้อหุ้น ก็ต้องนับเป็นฐานเงินต้น เทียบได้กับเวลาเราซื้อกองทุน แต่ละกองทุนก็ไม่ได้นำเงินเราไปซื้อหุ้นทั้ง 100% จะมีส่วนที่เป็นเงินสดเพื่อคงสภาพคล่องไว้เสมอ แต่เวลาคำนวนก็จะนำมาคำนวนทั้งหมด  เช่น ใส่เงินเข้าพอร์ต ไว้รอซื้อหุ้น 1,000,000  แต่ซื้อไปได้ 700,000  อีก สามแสน เป็นเงินรอราคาหุ้นให้ลงมา รอทั้งปี แล้วก็ยังไม่ได้ซื้อ เวลาคำนวน ก็ต้องนับ 1,000,000 เป็นฐาน

ปัจจุบันผมใช้แบบ NAV

วันศุกร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557

MINT

MINT


บริษัทดำเนินธุรกิจประกอบด้วย 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่น ธุรกิจร้านอาหาร ได้แก่ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, สเวนเซ่นส์, ซิซซ์เลอร์, แดรี่ควีน, เบอร์เกอร์ คิง, ไทยเอ็กซ์เพรส, เดอะ คอฟฟี่ คลับ, ริบส์ แอนด์ รัมส์ และริเวอร์ไซด์ ธุรกิจโรงแรมประกอบด้วยโรงแรมทั้งสิ้น 42 โรงแรม และ 40 เซอร์วิส สวีท ภายใต้เครื่องหมายการค้าอนันตรา, โอ๊คส์, อาวานี่, โฟร์ซีซั่นส์, เซ็นต์ รีจิส, แมริออท, เอเลวาน่า ในประเทศไทย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ มัลดีฟส์ เวียดนาม แทนซาเนีย เคนยา ตะวันออกกลาง ศรีลังกา มาเลเซีย จีน และอินโดนีเซีย ธุรกิจด้านการจัดจำหน่ายสินค้าแฟชั่นจากต่างประเทศ ได้แก่ แก๊ป, เอสปรี, บอสสินี่, ชาร์ล แอนด์ คีธ, เพโดร, เรดเอิร์ธ, ทูมี่ เป็นต้น

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรก(@07 มี.ค. 2557)จำนวนหุ้น%
1.บริษัท ไมเนอร์ โฮลดิ้ง (ไทย) จำกัด661,606,98216.53
2.UBS AG SINGAPORE BRANCH475,414,00611.88
3.บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด360,311,8219.00
4.นาย นิติ โอสถานุเคราะห์313,486,4527.83
5.นาย วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค240,025,9806.00
6.CREDIT SUISSE AG, SINGAPORE BRANCH152,916,0943.82
7.STATE STREET BANK EUROPE LIMITED124,228,7453.10
8.MR. WILLIAM ELLWOOD HEINECKE102,148,0472.55
9.พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช87,689,7412.19
10.บริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด76,692,1261.92

คณะกรรมการตำแหน่ง
1.นาย วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็คประธานกรรมการ / ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
2.นาย พอล ชาลีส์ เคนนี่กรรมการ
3.นาย เอ็มมานูเอล จู๊ด ดิลิปรัจ ราชากาเรียกรรมการ
4.นาย อานิล ธาดานี่กรรมการ
5.นาย ธีรพงศ์ จันศิริกรรมการ
6.นาย จอห์น สก็อต ไฮเน็คกรรมการ
7.นาย เคนเนธ ลี ไวท์กรรมการอิสระ / ประธานกรรมการตรวจสอบ
8.คุณหญิง ชฎา วัฒนศิริธรรมกรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ
9.นาย พาที สารสินกรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ



ข้อมูลสถิติYTD
14 มี.ค. 2557
2556
27 ธ.ค. 2556
2555
28 ธ.ค. 2555
จำนวนหุ้นจดทะเบียน (ล้านหุ้น)4,001.36 4,001.36 3,686.77 
ราคาพาร์ (บาท)1.00 1.00 1.00 
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (ลบ.)103,034.90 82,828.06 72,260.63 
ราคา (บาท/หุ้น)25.75 20.70 19.60 
มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น (บาท/หุ้น)6.27 5.81 4.54 
P/BV (X)4.11 3.57 4.35 
P/E (X)25.12 22.21 26.80 
อัตราหมุนเวียนปริมาณการซื้อขาย (%)11.28 64.33 67.27 
มูลค่าซื้อขาย/วัน (ลบ.)200.57 249.48 151.54


การจ่ายปันผล
รอบผลประกอบการเงินปันผล (ต่อหุ้น)หน่วยวันจ่ายปันผลประเภท
31 ธ.ค. 25550.30บาท30 เม.ย. 2556เงินปันผล
01 ม.ค. 2554 - 31 ธ.ค. 25540.15บาท30 เม.ย. 2555เงินปันผล
01 ม.ค. 2554 - 31 ธ.ค. 255410.00 : 1.00หุ้น30 เม.ย. 2555หุ้นปันผล
01 ม.ค. 2553 - 31 ธ.ค. 25530.15บาท28 เม.ย. 2554เงินปันผล





















วันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

หุ้นตัวเล็ก หุ้นตัวใหญ่

หุ้นตัวเล็ก หุ้นตัวใหญ่
    
     ยามภาวะกระทิง หุ้นตัวใหญ่ๆที่มีความแข็งแกร่ง และมีการดำเนินงานที่ดี มีโกรทระดับเกิน 10% แบบต่อเนื่องแทบทุกตัว ราคาค่อนข้างแพงแทบทุกตัว เพราะทุกกองทุนทั้งในและตปท ต่างเก็บสะสมกัน ทำให้ นลท รายย่อยแทบไม่มีโอกาสซื้อของดีราคาถูกได้เลย เลยต้องมองไปหาหุ้นตัวเล็กๆที่กองทุนไม่มอง เพื่อจะได้ของในราคาไม่แพงนัก

     เมื่อยามตลาดวาย กองทุนต่างๆ ต่างลดพอร์ตทั้งลดสัดส่วนถือหุ้น เพื่อถือเงินสด และลดสัดส่วนเพราะโดนผู้ถือหน่วยลงทุนขายหน่วยลงทุน ทำให้กองทุนต่างๆต้องขายด้วย ดังนั้นหุ้นตัวใหญ่ๆ Big cap ต่างพากันหัวทิ่ม ช่วงเวลาแบบนี้ หากหุ้นตัวใหญ่ที่แข็งแกร่ง มี MOS ไม่ต่างกับตัวเล็กมากนัก จะเป็นเวลาที่เป็นโอกาสสะสม หากตลาดไม่วาย จะหาหุ้นที่แข็งแกร่ง เติบโตดี ราคาเหมาะสมแล้วคงยากยิ่งนัก และแทบเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นเมื่อโอกาสมาถึง การสะสมเพื่อลงทุนระยะยาวน่าสนใจนัก

     ส่วนตัวคิดว่าเวลาแบบนี้ หุ้นตัวเล็กมีความน่าสนใจน้อยกว่า ทั้งในแง่ความแข็งแกร่ง ความมั่นคง และการเติบโตที่สามารถคาดหวังได้ ทั้งนี้ต้องพิจรณาเป็นรายตัวไป
และอีกจุดที่สำคัญคือ เมื่อยามตลาดฟื้น เงินทุนไหลกลับมา จะต้องเข้ามาที่หุ้นตัวใหญ่ก่อน

ไม่ได้บอกว่าตัวเล็กไม่ดี เพราะอาจมีบางตัว ที่วิ่งขึ้นได้เร็วกว่าก็ได้ เพียงแต่เมื่อให้ นน ในแง่ความมั่นคงที่สามารถวางใจในการลงทุนระยะยาว เข้าไปด้วย  ทั้งนี้ต้องมองแนวโน้มธุรกิจในอนาคตด้วยเสมอ

วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Advanc

ADVANC

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 10 อันดับแรก(@26 ก.พ. 2557)จำนวนหุ้น%
1.บริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)1,202,712,00040.45
2.SINGTEL STRATEGIC INVESTMENTS PTE LTD.693,039,00023.31
3.บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด173,319,1075.83
4.LITTLEDOWN NOMINEES LIMITED80,401,9002.70
5.HSBC (SINGAPORE) NOMINEES PTE LTD48,365,2321.63
6.STATE STREET BANK EUROPE LIMITED46,632,6381.57
7.STATE STREET BANK AND TRUST COMPANY26,955,1710.91
8.สำนักงานประกันสังคม (2 กรณี)25,490,9000.86
9.THE BANK OF NEW YORK (NOMINEES) LIMITED25,430,8530.86
10.BNY MELLON NOMINEES LIMITED25,325,0480.85

คณะกรรมการตำแหน่ง
1.นาย วิทิต ลีนุตพงษ์ประธานกรรมการบริษัท
2.นาย แอเลน ลิว ยง เคียงประธานกรรมการบริหาร / กรรมการ
3.นาย สมประสงค์ บุญยะชัยรองประธานกรรมการ
4.นาย ชิง-วาห์ อึ้งกรรมการ
5.นาย วิเชียร เมฆตระการกรรมการ
6.น.ส. จีน โล เงี้ยบ จงกรรมการ
7.นาย นฤาชา จิตรีขันธ์กรรมการ
8.นาย อวิรุทธ์ วงศ์พุทธพิทักษ์กรรมการอิสระ / ประธานกรรมการตรวจสอบ
9.นาง ทัศนีย์ มโนรถกรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ
10.นาย สุรศักดิ์ วาจาสิทธิ์กรรมการอิสระ / กรรมการตรวจสอบ

ข้อมูลสถิติYTD
14 มี.ค. 2557
2556
27 ธ.ค. 2556
2555
28 ธ.ค. 2555
จำนวนหุ้นจดทะเบียน (ล้านหุ้น)2,973.10 2,973.10 2,973.10 
ราคาพาร์ (บาท)1.00 1.00 1.00 
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (ลบ.)642,188.59 593,132.52 621,376.92 
ราคา (บาท/หุ้น)216.00 199.50 209.00 
มูลค่าหุ้นทางบัญชีต่อหุ้น (บาท/หุ้น)15.39 12.42 11.93 
P/BV (X)14.04 16.06 17.51 
P/E (X)17.70 16.51 20.65 
อัตราหมุนเวียนปริมาณการซื้อขาย (%)13.42 58.62 45.45 
มูลค่าซื้อขาย/วัน (ลบ.)1,632.27 1,753.42 1,029.25 


 การจ่ายปันผล    รอบผลประกอบการเงิน      ปันผล (ต่อหุ้น)หน่วย  วันจ่ายปันผล  ประเภท01 ม.ค. 2556 - 30 มิ.ย. 2556    6.40บาท04 ก.ย. 2556   เงินปันผล
01 ก.ค. 2555 - 31 ธ.ค. 2555    5.00บาท23 เม.ย. 2556  เงินปันผล
01 ม.ค. 2555 - 30 มิ.ย. 2555    5.90บาท06 ก.ย. 2555  เงินปันผล
01 ก.ค. 2554 - 31 ธ.ค. 2554    4.26บาท23 เม.ย. 2555  เงินปันผล
01 ม.ค. 2554 - 30 มิ.ย. 2554    4.17บาท02 ก.ย. 2554  เงินปันผล
01 ก.ค. 2553 - 31 ธ.ค. 2553    3.92บาท26 เม.ย. 2554  เงินปันผล