วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

911 ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นและหุ้นรายตัวอย่างไรบ้าง


เกิดความสงสัยว่าเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นและหุ้นรายตัวอย่างไรบ้าง ลองนำเหตุการณ์  911 มาวิเคราะห์ดูสักหน่อย เนื่องจากเหตุการณ์ 911 เกิดตรงกับเวลาประเทศไทยประมาณ 3 ทุ่ม ของวันที่ 11/9/2001 ดังนั้นราคาหุ้นของวันที่ 11/9 ของไทย จึงเป็นราคาสุดท้ายก่อนรับรู้เหตุการณ์นี้




ต่อมาลองดูราคาหุ้นรวมๆทั้งตลาด โดยใช้ราคาปิด ณ วันที่ 11/9/2001 เป็นราคาเริ่มต้น และใช้ราคาปิด 18/9/2001 เป็นราคาสุดท้าย  ( 7วัน ตลาดน่าจะเลิก Panic แล้ว) เพื่อดูว่าหลัง panic แล้วมีผลกระทบต่อราคาหุ้นอย่างไรบ้าง
 (ใช้รายชื่อหุ้นในปัจจุบันนะครับ ไม่ได้ใช้รายชื่อหุ้นในอดีตเนื่องจากความไม่สะดวกในการหาข้อมูล)








คราวนี้ลองมาหากันต่อ ว่า หุ้นที่  Break Hi มาก่อนหน้าจะได้รับผลกระทบแค่ไหน และมีกี่ตัวบ้าง โดยรวมเอาหุ้นที่ Break Hi ตั้งแต่วันที่ 1/9/2001 จนถึง 11/9/2001 และราคาที่ใช้คำนวนผลกระทบ ใช้ราคา close ของวันที่ 11/9/2001 เป็นราคาเริ่มต้น  ใช้ราคาปิด 18/9/2001 เป็นราคาสุดท้าย 
ได้รายชื่อหุ้น และผลกระทบต่อราคาดังนี้ 

















บทความนี้  เพื่อให้เราได้ตระหนักถึงความเสี่ยงแบบ Black swan ว่าหากเกิดขึ้นแล้ว เราจะมี Risk ขนาดไหน 







วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

AGM IMPACT 2558

จากที่ประชุมผู้ถือหุ้น กอง reit impact ที่ทาง กอง reit เคยให้ข่าวว่า จะนำทรัพย์สิน เข้ากองเพิ่มในช่วงปลายปีนี้ จะเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากความพร้อม ของทรัพย์สิน

ค่าเช่ามีการปรับเพิ่มขึ้นทุก 2 ปี ปรับเพิ่มครั้งละ 5 ถึง 8 เปอร์เซ็นต์ ปกติฤดูฝน รายได้จะน้อยกว่า ช่วงต้นปีและปลายปี แต่ไม่ต่างกันมากนัก

ปัจจุบันลูกค้าต่างชาติประมาณ 17 เปอร์เซ็นต์ของรายได้รวม

ตัวอิมแพค จะมีการสร้าง โรงแรมเพิ่มอีก 3 แห่ง และอาคารจอดรถ โรงแรมอีก 3 แบรนด์ที่ดึงเข้ามา มี Ibis Pullman Westin

การสร้างโรงแรมเพิ่ม เพื่อรองรับ กลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม  ibis จับค่าห้องระดับ 900 1000 บาท ซึ่งจะทำให้สามารถ รองรับ การประชุมสัมนานา ของข้าราชการ ที่ได้งบ จากรัฐบาลมาน้อย รวมถึงสามารถรองรับลูกค้าจากต่างชาติมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการ เช่าห้องประชุมและสัมมนา

โรงแรม ในอนาคตก็จะนำขายให้กับกอง reit ผู้บริหารต้องการให้กอง reit มีขนาดใหญ่ขึ้น

อนาคตทางอิมแพค จะมีการสร้าง ห้างสรรพสินค้า และนำเข้ากอง reit ด้วย

ในแง่ของคู่แข่ง ไม่มีอะไรน่ากลัว
exhibitor ล้วนแต่ต้องการ จัดงานให้ใหญ่ขึ้น เพื่อรายได้ที่มากขึ้น และการย้ายที่จัดงาน ก็ต้องทุ่มการโฆษณา เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่าเปลี่ยนที่ ซึ่งเป็นต้นทุนทั้งนั้น ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไร ที่จะให้ exhibitor รายใหญ่ย้ายที่จัดงานเลย

Aec  ถ้าหากดี ก็จะส่งผล ที่ดีต่อเรา
เราเป็นศูนย์แสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน หาก aec  ดีจริง กรมส่งเสริมการส่งออก ก็จะจัดงานเพิ่ม แต่ในตอนนี้ยังมองไม่ออกว่า AEC จะดีจริงหรือไม่

ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงศึกษา เรื่องการประหยัดพลังงาน เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านค่าไฟ ศึกษาไว้หลายทาง เช่น solar  หรือระบบแอร์ เพื่อลดค่าไฟฟ้า กำลังดูงานอยู่กับบริษัท ด้านนี้ หากแผนลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสำเร็จจะแจ้งให้ทราบอีกที

วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

การใช้เส้น moving average

ค่าเฉลี่ยนเคลื่อนที่ ที่นิยมใช้ หลักๆ

1. SMA
2. EMA
3. WMA

เราสามารถใช้เพื่อ 
-ดูแนวโน้มราคาหุ้น 
-ดูแนวรับ แนวต้าน 
-การให้สัญญาณซื้อขาย

การดูแนวโน้มโดยใช้เส้น EMA จะใช้ 2 เส้น คือเส้นจำนวนวันน้อยและ จำนวนวันมาก
โดยหากเส้นจำนวนวันน้อย อยู่เหนือเส้นจำนวนวันมาก จะเป็น Uptrend
เช่น







หากเส้นจำนวนวันน้อย อยู่เหนือเส้นจำนวนวันมาก จะเป็น Downtrend








ดูแนวรับ แนวต้าน 









การให้สัญญาณซื้อขาย โดยใช้เส้นจำนวนวันน้อยตัดขึ้นเหนือเส้นจำนวนวันมากเป็นสัญญาณ ซื้อ 
และ เส้นจำนวนวันน้อยตัดลงต่ำกว่าเส้นจำนวนวันมากเป็นสัญญาณ ขาย












วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

รูปแบบการเปลี่ยนแนวโน้มแบบต่างๆ

Triple top, Triple bottom



Triple top






Triple bottom




Double tops ,  Double bottoms
รูปแบบนี้ โดยส่วนตัวมองเป็นรูปแบบเดียวกับ W shape




Double tops





Double bottoms   ( W shape )






Saucer







V-Shape




Cup & handle














การลากเส้น Trend line

แนวโน้มขาขึ้น
ลากเส้นตรงเส้นผ่านจุดต่ำสุด ของราคา อย่างน้อย2จุด  ถ้าเส้นที่ลากผ่านจุด 3 ขึ้นไป จะเป็นการยืนยันแนวโน้ม





ารหลุดเทรนด์ เช่นการหลุดแนวโน้มขาขึ้น ตามรูป





แนวโน้มขาลง  
ลากเส้นตรงเส้นผ่านจุดสูงสุด ของราคา อย่างน้อย2จุด  ถ้าเส้นที่ลากผ่านจุด 3 ขึ้นไป จะเป็นการยืนยันแนวโน้ม



การเปลี่ยนเทรนด์ออกจากแนวโน้มขาลง




การเล่นในกรอบ ไซด์เวย์ นับเป็นช่วงที่ไม่มีแนวโน้ม





ตัวอย่างการเปลี่ยนเทรนด์จาก sideway เข้าสู่ uptrend








วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2558

ความรู้พื้นฐานทางเทคนิคที่ควรรู้


เป็นความรู้พื้นฐาน เพื่อนำไปต่อยอดได้ ส่วนจะดึงมาใช้หรือไม่อยู่ที่แนวทางของแต่ละคน แต่อย่างน้อยที่สุดควรอ่านกราฟ และ อินดิเคเตอร์ขั้นพื้นฐานเหล่านี้ได้ รวมถึงความรู้ขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง

-อ่านตัวแท่งเทียน ในรูปแบบต่างๆ

-แพทเทิลต่างๆของกราฟ เช่น Double top , Triple top , C&H และอื่นๆ

-การตีเทรนด์ไลน์  Uptrend , Downtrend

-การใช้เส้น Moving average ต่างๆ

-อ่านความหมาย RSI

-อ่านความหมาย MACD

-หลักการของ Dow theory

-หลักการของ Trend following

-การอ่านวอลุ่ม

-การ Cut loss ด้วยวิธีต่างๆ

-การหาจุดขาย

-การอ่านสภาพตลาดโดยรวม

-การกำหนดขนาดความเสี่ยง