วันพุธที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2562

ALL ipo

ALL ipo
บมจ ออล์ อนสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ALL
ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัยทั้งโครงการคอนโดมิเนียม low rise และไฮไลท์ และทาวน์โฮม ภายใต้ชื่อ The Excel , Rise , Impression, และ The Vision รวมถึงประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนและนายหน้าในการขายอสังหาริมทรัพย์สำหรับต่างประเทศ ของกลุ่มบริษัท และของผู้ประกอบการอสังหารายอื่น

ปัจจุบันมีบริษัทย่อย 4 บริษัท
1. บจ. ไทย ดี เรียลเอสเตท ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนและนายหน้าขายอสังหาสำหรับตลาดต่างประเทศ
2. บจ. Rise Estate ประกอบธุรกิจลงทุนและซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างแล้วเสร็จโดยผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายย่อยอื่นๆ
3. บจ. All Property Service  ประกอบธุรกิจให้บริการ บริหารจัดการนิติบุคคลอาคารชุดที่เป็นโครงการของบริษัท
4. บจ. ALL LUX ONE ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คอนโดมิเนียมแบบ luxury

Condominium ณ สิ้นปี  2018
ก่อสร้างเสร็จแล้วและปิดการขายแล้ว 5 โครงการ ก่อสร้างเสร็จแล้วและอยู่ระหว่างโอน 3 โครงการ กำลังก่อสร้างและกำลังขาย 1 โครงการ เปิดจองแล้วและกำลังรอการก่อสร้าง  7 โครงการ
ทาวน์โฮม กำลังก่อสร้างและกำลังขาย 1 โครงการ รวมทั้งสิ้น 17 โครงการ

แบรนด์ The Excel เป็นกลุ่มลูกค้าช่วงอายุ 25 ถึง 35 ปีที่มีระดับรายได้ต่อเดือนประมาณ 25,000 - 50,000 บาท

แบรนด์ Rise เป็นกลุ่มลูกค้าช่วงอายุ 25 ถึง 35 ปีที่มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 40,000 ถึง 80,000 บาท

Brand impression  เป็นกลุ่มลูกค้าคนไทยและต่างชาติที่มีรายได้ต่อเดือน  150,000 บาทขึ้นไป

แบรนด์ The Vision เป็นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ต่อเดือน 40,000 ถึง 100,000 บาท เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่เป็นครอบครัว

โครงการทันสมัยจัดตั้งในทำเลที่เป็นที่ต้องการของทั้งลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ มีทีมงานขายและการตลาดที่เข้าถึงความต้องการของลูกค้าชาวต่างชาติเนื่องจากบริษัทมีกลุ่มลูกค้าเป็นชาวต่างชาติได้แก่ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน และมาเลเซีย บริษัทได้จัดทีมขายและการตลาดผ่านระบบตัวแทนขายย่อย sub agent ที่เป็นคนท้องถิ่นในแต่ละประเทศเป็นผู้นำเสนอขายโครงการ และจัดทำโรดโชว์

ปัจจุบันบริษัทมีร่วมทุนทั้งหมด  3 บริษัท ได้แก่
1.บจ ออลล์ อนสไปร์-ฮูซิเออร์ เกิดจากการร่วมทุนกับ Hoosiers Asia Pacific ซึ่งเป็นบริษัทประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น โดยปัจจุบันบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 51%  พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ชื่อโครงการ The Excel Hideaway  สุขุมวิท 50
2. บจ.เอเอชเจ เอกมัย AHJ Ekkamai เกิดจากการร่วมทุนกับ Hoosiers Asia Pacific และ Kyushu Railway Company ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจรถไฟฟ้าและธุรกิจหลายด้านในญี่ปุ่นโดยปัจจุบันบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 51% พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ ชื่อโครงการ Impression Ekkamai
3. บจ. เอจี ทองหล่อ 12 เกิดจากการร่วมทุนกับ Ground Property ซึ่งเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ โดยปัจจุบันบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 62%  พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ทองหล่อ (ทองหล่อ 16)

บริษัทมีกำไรทุกปีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยมีกำไรสุทธิในปี 2016 ที่ 11 ล้านบาท ปี 2017 ที่ 81 ล้านบาท ปี 2018 ที่ 343 ล้านบาท โดยปี 2017 มีสาเหตุการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิกว่า 633 % yoy ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากรายได้การขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น เป็นผลจากการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมต่อเนื่องจากปี 15 จำนวน 2 โครงการ อีกทั้งมีการรับรู้รายได้ใหม่เพิ่มขึ้นอีก 3 โครงการ

อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนในช่วงปี 16-18  มีอัตราหนี้สินต่อทุนเท่ากับ 2.13 4.22  และ 6.78 เท่าตามลำดับ ด้วยการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของอัตราหนี้สินต่อทุนมีสาเหตุมาจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน และการออกและเสนอขายหุ้นกู้เพื่อนำเงินมาใช้ในการพัฒนาโครงการและเป็นทุนหมุนเวียน

อัตราส่วนสภาพคล่องในช่วงปี 16-18  มีอัตราส่วนสภาพคล่องเท่ากับ  3.31  1.46  และ 1.19  เท่าตามลำดับ การลดลงอย่างต่อเนื่องของอัตราส่วนสภาพคล่อง เป็นผลมาจากสินทรัพย์หมุนเวียน ที่จากปีก่อนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับหนี้สินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น ได้แก่เงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกําหนดชําระภายในหนึ่งปีเพิ่มขึ้นประมาณ 1,000 ล้าน เงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้นประมาณ 396 ล้าน และหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีเพิ่มขึ้นประมาณ  338 ล้านบาท

อัตราผลตอบแทนจากทรัพย์สินรวมในช่วงปี  16-18  มีอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์รวมเท่ากับ  1.1 8%  4.22 เปอร์เซ็นต์ และ 8.0 3%  ตามลำดับ การเพิ่มขึ้นของอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์รวมมีสาเหตุหลักมาจากการเติบโตสุทธิ ของกำไร เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น

รายได้หลักประมาณ 84 เปอร์เซ็นต์ มาจากโครงการคอนโดมิเนียม

ในช่วงปี  2016-2018 บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการขายโครงการคอนโดมิเนียมประมาณ  98%  89 เปอร์เซ็นต์ และ 84% ตามลำดับ

กรมธนารักษ์กระทรวงการคลังได้ประเมินราคาที่ดินในเขตกทมในช่วงปี 2016-2019 ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 16 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงปี  2012-2015 โดย 5 อันดับแรกได้แก่ เขตพระโขนง เขตจตุจักร เขตบางกะปิ เขตลาดพร้าว และเขตลาดกระบัง เป็นปัจจัยเสี่ยงเนื่องจากบริษัทไม่มีนโยบายซื้อที่ดินเก็บไว้เพื่อรอการพัฒนาโครงการ

ปัจจุบันกลุ่มครอบครัว ธนวริทธิ์ ถือหุ้นในบริษัท เป็นสัดส่วน 100%  ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ทั้งนี้ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชน ครอบครัวธนวริทธิ์ จะถือหุ้นในบริษัทประมาณ 73 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนหุ้นที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัท

หลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน  ipo  ครั้งนี้ จำนวน  150 ล้านหุ้น จะมีจำนวนหุ้นเรียกชำระเพิ่มขึ้น  560 ล้านหุ้น เป็นจำนวนหุ้นที่คิดเพิ่ม ขึ้นมาเป็นสัดส่วน 27 เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชําระแล้วทั้งหมด เงินที่ได้จากการ ipo ครั้งนี้ บริษัทมีแผนใช้เงินเพิ่มทุนตามสัดส่วน ที่ได้จากเงินเพิ่มทุนดังนี้  1 เพื่อเป็นทุนในการพัฒนาโครงการ  2 เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืม  3 เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของกำไรสุทธิ ของงบการเงินเฉพาะกิจการหลังหักภาษีเงินได้และเงินสำรองต่างๆทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัท

ที่มาของข้อมูล
credit CGS

วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562

มารู้จัก DoHome กัน


DO
ดูโฮม มีศูนย์จำหน่ายวัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้านแบบครบวงจร One Stop Home Product destination  รู้จักกันในนามมหานาจักรบ้าน พื้นที่ขายและพื้นที่คลังสินค้า  35000 ถึง 65000 ตารางเมตร มี 9 สาขาใน 9 จังหวัด จังหวัดอุบล จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดปทุมธานี ขอนแก่น อุดรธานี สมุทรสาคร บางบัวทองนนทบุรี ลำพูน และฉะเชิงเทรา มีสินค้ามากกว่า 100,000 sku  บริษัทแบ่งเป็น 3 กลุ่ม 

1 กลุ่มวัสดุก่อสร้าง  2 สินค้ากลุ่มวัสดุซ่อมแซมและ 3 สินค้ากลุ่มวัสดุตกแต่ง 

รายได้หลักมาจากการขายและค่าบริการ ส่วนรายได้อื่นมาจากการให้เช่าพื้นที่บริเวณรอบอาคาร บริษัทมีทีมงานพัฒนาสินค้าภายใต้ ตราสินค้าของกลุ่มบริษัท  House Brand และมีมากกว่า 14,000 SKU

ปี 2560  รายได้จากการขายสินค้าภายใต้ตราสินค้าอื่น  85.2 เปอร์เซ็นต์ รายได้จากสินค้าภายใต้เฮ้าส์แบรนด์  14.8 เปอร์เซ็นต์ โดยที่รายได้จากการขายสินค้า House Brand  ปี 2558 อยู่ที่ 7.1 เปอร์เซ็น ปี 2559 อยู่ที่ 11.4 เปอร์เซ็นต์

รายได้จาก การขาย และค่าบริการจากสินค้า House Brand มากกว่าร้อยละ 55  มาจากสินค้ากลุ่มวัสดุซ่อมแซม

บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนสินค้าภายใต้ House Brand ที่ 20 เปอร์เซ็นต์ของรายได้จากการขายและบริการภายในปี 2563

การให้บริการ บริษัทมีบริการจัดส่งสินค้า มีบริการบำรุงรักษาและซ่อมแซม ลูกค้าสามารถนำเครื่องมือหรืออุปกรณ์ช่างมาแจ้งซ่อมผ่านสาขาได้ มีบริการประกอบและติดตั้ง สินค้าจำพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าสุขภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ 

มีบริการให้คำปรึกษาและดำเนินการออกแบบตกแต่ง เช่นห้องน้ำห้องครัว 
และมีบริการจัดหาสินค้าพิเศษ ในกรณีที่ลูกค้าต้องการเลือกรูปแบบสีและขนาดก่อนการสั่งซื้อ

บริษัทมีประสบการณ์ในธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านและอาคารมากกว่า 35 ปี

บริษัทมีแผนที่จะเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 4 สาขา ได้แก่สาขาเพชรเกษม สาขาสุราษฎร์ธานี สาขาชลบุรีและสาขาพิษณุโลกภายในปี 2565

บริษัทมีแผนปรับปรุงสาขาเดิม และบริษัทมีแผนเพิ่มร้านค้าปลีกวัสดุก่อสร้างที่เป็นพันธมิตร

ในส่วนของพื้นที่คลังสินค้า แวร์เฮ้าส์ ลูกค้าสามารถนำรถ เข้ามาจอดเพื่อรับสินค้าบรรทุกขึ้นรถกลับได้ทันที

บริษัทได้พัฒนาช่องทางจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ www.dohome.co.th ลูกค้าสามารถเลือกวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่องทางทางเว็บไซต์สามารถให้บริการเต็มรูปแบบภายในปี 2562

กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ลูกค้ารายย่อย ลูกค้าประเภทค้าช่วง ลูกค้าผู้รับเหมาก่อสร้างและงานโครงการ ลูกค้าหน่วยราชการและรัฐวิสาหกิจ

บริษัทไม่มียอดขายให้แก่ลูกค้ารายใดรายหนึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกินกว่า 5 % ของรายได้จากการขาย

ทำเลที่ตั้งบางสาขาของบริษัท อยู่บนถนนสายหลักที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านทำให้สามารถจำหน่ายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศได้โดยตรง เพื่อนประเทศลาว 

การรับชำระสินค้า
1.รับชำระเป็นเงินสด ซึ่งรวมถึงการรับชำระด้วยเงินโอนเช็คบัตรเครดิตและรับชำระสินค้าปลายทาง
2. การให้สินเชื่อทางการค้า ขึ้นอยู่กับการประเมินความน่าเชื่อถือทางการเงินของลูกค้าและฐานะทางการเงินและเอกสารหลักฐานสนับสนุนทางการเงินจากธนาคารพาณิชย์ มูลค่าหลักประกัน รวมถึงประวัติการชำระเงินในอดีต

ในปี 2558  บริษัทมีสัดส่วน รายได้จากการให้สินเชื่อทางการค้า 37%  และ ในปี 2560  33%

ปี 2559  ร้านค้าวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ Modern Trade  มีส่วนแบ่งการตลาด 24.5 เปอร์เซ็นต์ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ 5 ราย มีส่วนแบ่งรายได้ ดังนี้ Homepro  มีสัดส่วนรายได้  44.7 % ไทวัสดุ มีสัดส่วนรายได้ 17%  Global  มีสัดส่วนรายได้ 16.7% ดูโฮม มีสัดส่วนรายได้  16.3 % และเมก้าโฮมมีสัดส่วนรายได้ 5.4%

วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562

oppday XO 20/2/2562

oppday XO 20/2/2562
ก่อตั้งในปี 1999
บริษัทขายของเข้า consumer market  ใบ certificate ต่างๆจึงมีความสําคัญ
ครอบครัวจันทรัชถือหุ้นอยู่ 61 เปอร์เซ็นต์
ตลาดซอสปรุงรสต่างๆ

ซอสทาบาสโก้ ปี 2017  ยอดขายอยู่ที่ 7,600 ล้านบาท
คิกโคแมนซีอิ้วจากญี่ปุ่น ปี 2018 ยอดขายอยู่ที่ 128,000 ล้านบาท
ซอสไฮน์ ยอดขายปี 2018  อยู่ที่ 840,000 ลบ
ฮ่วยฟง ซอสศรีราขาตราไก่ ของอเมริกา ปี 2017 ยอดขาย 3,500 ลบ สร้าง รงใหม่ ใหญ่ขึ้นสิบเท่าตัว
ซอสหอยนางรมลีกุมกี่ ยอดขายปี 2017 อยู่ที่ 98,000 ลบ  ยอดขายแค่ 5 บริษัทนี้ ต่อปีเกิน 1 ล้านล้าน

มูลค่าการส่งออกซอสไทยไปต่างประเทศ เป็นข้อมูลที่พยายามรวบรวมมาอาจไม่ถูกต้องทั้งหมด
2014  ส่งออก 13,000 ลบ  เราเป็น 3.6%
2015 ส่งออก 13,500 ลบ เราเป็น 3.6%
2016 ส่งออก 14,000 ลบ เราเป็น 4.1%
2017 ส่งออก 12,700 ลบ เราเป็น 5.3%
2018 ส่งออก 13,300 ลบ เราเป็น 6.7%

XO มีสินค้า 5 กลุ่ม
1.น้ำจิ้มไก่ ซอสพริก มียอดขายเป็น 79% ของ บ.ในปลายปี 2018 กลุ่มนี้มี margin มากกว่า margin เฉลี่ยของบริษัท กำไรของบริษัทจะดีไม่ดีขึ้นอยู่ตรงนี้เป็นหลัก target ของบริษัทคือต้องขายสินค้าในกลุ่มนี้ให้ได้มากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ของบริษัท
2. เครื่องแกงกะทิ ยอดขาย 11% ของยอดขายรวม
3. กลุ่มน้ำ น้ำอโรเวร่า โกจิเบอร์รี่ น้ำมะพร้าว กลุ่มนี้ ไม่มีกำไร สอดายอยู่ที่ประมาณ 1.5% ของยอดขายทั้งหมด
4. อาหารสำเร็จรูป แกงกระป๋อง 1.2% ของยอดขาย
5. กลุ่มซื้อมาขายไป เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว ผักผลไม้กระป๋อง  6.1 เปอร์เซ็นต์ มีกลุ่มนี้ เพื่อให้เป็น One Stop
ของบริษัทมี 7 ยี่ห้อ Exotic ,Thai Pride, Flying Goose, COCO water Aloe water Goji water COCO LOTO



 เราขายของให้กับดิสทริบิวเตอร์มากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ดิสบิวเตอร์ จะไปวางขายให้กับห้างค้าปลีกอีกที ทำให้สินค้าของเรามีวางอยู่มากกว่า 5,000 outlet ทั่วโลก การออกงานแสดงสินค้าปีละ 12-15 ครั้ง เป้าหมายของลูกค้าใหม่ 1 คนต่อหนึ่งงาน
 เริ่มทำออนไลน์มาร์เกตติ้ง ได้ปีสองปี เน้นสร้างแบรนด์ สร้างคอมมูนิตี้ ช่วยเพิ่มยอดขายได้ค่อนข้างดี

 ทวีปยุโรปยอดขาย 84% อเมริกา 2%  อัฟริกา 1% ออสเตรเลียกับหมู่เกาะแถวนั้น 6% เอเชีย 5.8%

2018 มีนิวมาร์เกต จีน, มัลดีฟ, เมียนม่า ไต้หวัน ออสเตรเลีย ฟิจิ บัลแกเลีย เชค ไซปรัส นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ รัสเซีย สเปน อิสราเอล อาร์เจนติน่า แคนนาดา

New product ศรีราชาวาซาบิ, ศรีราชาแบลคเอ้าท์ (เผ็ดมาก)

ยอดขายตามน้ำหนัก
 2017  : 13,500 ตัน
 2018  : 15,000 ตัน

2018 ส่งออกเป็นเงินบาท 56%, usd 35% , uro 9%

ที่ขายเป็นเงินบาทได้เพราะขายแบรนด์ตัวเองเป็นหลัก ทำให้เรามีกำลังต่อรอง  บ.จะขายแบรนด์ตัวเองไม่ต่ำกว่า 85% แต่ตอนนี้อยู่ที่ 91%

สินค้าซอสปรุงรส เป็นสินค้าที่มี GP สูงสุดของ บ.
วัตถุดิบหลัก น้ำตาลและกระเทียม
2018 เป็นปีแรกที่ใช้โรงงานใหม่ที่อมตะซิตี้เต็มปี

ถ้าปี 2019 สามารถรักษา product Mix ได้ที่ระดับนี้ คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์บวกลบนิดหน่อย

ค่าใช้จ่ายในการขายในปี 2018 อยู่ที่ 6.6 เปอร์เซ็นต์ ในอนาคตคาดว่าจะทรงตัวอยู่ในระดับนี้หรือถ้าเพิ่มขึ้นก็อาจจะไม่เกิน 7 เปอร์เซ็นต์
ROE 34.4% ROA 25.3%

2019 OUTLOOK บริษัทตั้งเป้าจะโต 10-15 เปอร์เซ็นต์  3 ปีที่แล้วปรับราคาลูกค้า 1.5 ถึง 6.5 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ได้มาประมาณ 2-3 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็น 90 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่ปรับขึ้นราคา มีการปรับสกุลเงินที่ขายจากเงิน US เป็นเงินบาท ซึ่งจะส่งผลดีต่อ q1 Q2 ปีนี้  (2019) เพราะ q1 Q2 ปีที่แล้วยังไม่ได้ปรับ
ราคาของวัตถุดิบ มีการล็อกเอาไว้ยาวเลยได้อานิสงส์ ว่าได้กำไรสูงขึ้น fix น้ำตาล ไปจนถึง First half 2020 กระเทียมพริกได้จนถึง Second half ปี 2020
Target gp 2019 ที่ประมาณ 40% + -

เราจะมีรายได้เป็นเงินบาท 70 ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ใน Q2 2019

เราจะขายลูกค้าเดิมเพิ่มขึ้น เราจะหาลูกค้าใหม่เพื่อเพิ่มยอดขาย เราจะเพิ่มสินค้าใหม่ขายลูกค้าใหม่ ตลาดซอสปรุงรสทั่วโลก ใหญ่มากๆ และแบรนด์ใหญ่จริงๆเพราะขายเยอะมากๆ เราเทียบกับเขาแล้วเรายังไปไม่ถึงไหนเลย Outlet ที่เรามีอยู่หลาย Outlet ยังสามารถเพิ่มยอดขายได้อีก ถ้าเราสามารถย้าย Section ได้เราก็สามารถเพิ่มยอดขายได้ซึ่งบริษัทก็พยายามทำอยู่ ซึ่งเราเคยทำอย่างนี้มาแล้วที่ประเทศนิวซีแลนด์ ปีที่ยอดขายน้ำจิ้มไก่เพิ่มขึ้น 200-300 เปอร์เซ็นต์   by joe789

 ปี 2019 กำไรคาดว่าจะเบรคไฮอีก
 4-5 ปีที่ผ่านมาอาหารญี่ปุ่นมาแรง ณตอนนี้อาหารไทยเริ่มมา อาหารไทยเริ่มเข้า mainstream Media แล้ว เพราะเทรนด์ของคนทั่วโลกชอบกินอาหารที่ Healthy มากขึ้น อาหารไทยจะเป็น The Next Mega Trend
 Kitchen of the world รัฐบาลไทยส่งเสริมอาหารไทยมาทุกยุคทุกสมัย นักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นทุกปี จะทำให้รู้จักอาหารไทยมากขึ้น  เราเป็น One Stop brand และเรามี certificate มากมายทำให้สามารถนำสินค้าเข้าซุปเปอร์ต่างๆได้

สินค้าใหม่ๆที่บริษัทออกยอดขายจะไม่ได้มาทันทีแต่จะค่อยๆโต มีคุยกับลูกค้าที่จะทำโปรเจคใหม่ๆในการเพิ่มยอดขาย

ลูกค้ามีหลายเจ้า การสั่งของของลูกค้าแต่ละช่วงจะไม่เหมือนกัน เวลาสั่งจะสั่งเป็นล็อต บางคนจะสั่งช่วงนี้เยอะบางคนจะสั่งช่วงนั้นเยอะ อย่างเช่นฝรั่งเศสชอบทำ Chinese new year promotion  เพราะฉะนั้นใครที่ขายไปฝรั่งเศส ก็ต้องการทำโปรโมชั่นอันนี้ส่วนคนที่ขายในประเทศอื่นเขาก็จะไม่สนดังนั้นเวลาสั่งออเดอร์บางทีก็จะมาพร้อมกันเยอะแยะบางครั้งก็จะมาน้อยหน่อยดังนั้นถ้าจะอยู่ดูยอดขายของบริษัทน่าจะดูแบบทั้งปี ปีชนปี แต่ถ้าจะดูเป็นรายไตรมาสต้องโตอาจจะไม่ใช่แนวของบริษัทเรา

กฎหมายแรงงานที่เพิ่มจาก 300 วันเป็น 400 วันตั้งสำรองเพิ่ม 2.5 แสนบาท ค่าแรงของพนักงาน พี่เป็นของบริษัทเราไม่รวมเอาซอสทั้งในส่วนของโรงงานและในส่วนของออฟฟิศ อยู่ที่ประมาณ 100 ล้านถึง 120 ล้านบาท

ปีนี้คิดว่าจะไปที่ยุโรป Eastern Europe  เพราะว่าเราเคยขาย Western ยุโรปค่อนข้างเยอะแล้ว  70-80 เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างประเทศโปแลนด์ มีประชากรประมาณ 70 ล้านคน คล้ายๆประเทศเยอรมันมีแต่ที่เยอรมันนีเราขายดีมาก และวิธีทานอาหารคล้ายๆกัน คือทางโปแลนด์และเยอรมันกินอาหารรสชาติของจะเกิดข้างๆจืดๆ
ไปปีที่แล้ว ออสเตรเลีย เริ่มขายดี
ยอดขายส่วนใหญ่ 97.5 เปอร์เซ็นต์มาจากลูกค้าเก่าและเป็นลูกค้าใหม่เพียง 2.5%
ส่วนใหญ่ลูกค้าเราจะขายอยู่ในประเทศเขาเพราะเขาเป็นดิสทริบิวเตอร์อยู่ในประเทศเขา บางทีอาจมีการส่งขายไปยังประเทศอื่นที่ไม่สามารถ Import เองได้บ้าง เวลาเขาสั่งไปเพิ่มขึ้นนั่นแปลว่าเขามี point of sale เพิ่มขึ้น หรือยอดขายในปทเขาเพิ่มขึ้น

ที่โรงงานใหม่เราแทบไม่มีแรงงานที่เป็นรายวันเลย เป็นแรงงานเป็นเงินเดือน ทำให้อัตราการเทิร์นโอเวอร์ต่ำลงมาก รับเป็น skill worker ทั้งหมด turn over Rate จาก 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ลดเหลือ 2-3 เปอร์เซ็นต์ การที่พนักงานอยู่นานมีการเรียนรู้การทำงานมี Learning Curve ทำให้ overall activity ของเราดีขึ้นไม่ต้องสอนงานใหม่ตลอดเวลา

อเมริกาเรามีไปงาน trade fair ปีละ 2-3 รอบ เราก็พยายามอยู่ วันหนึ่งเราก็จะต้องขายได้เหมือนกับหลายๆประเทศที่เราพยายามไปแล้วเราไปจนขายได้

เงินที่ได้จาก xo w1  ที่ออกไปเมื่อ 3 ปีที่แล้วตอนแรกตั้งใจจะไปทำ Due M&A แต่ดิวนั้นก็ไม่สำเร็จ ก็จะนำเงินนั้นเอาไว้ลงทุนในโรงงานเพิ่ม

เราไม่อยากซื้อกิจการเพียงแค่เพราะว่าอยากซื้อ แล้วให้มานั่งตามแก้ปัญหาทีหลัง

ตอนนี้มีไปทำโรงงานชั่วคราวดองพริกอยู่ที่จังหวัดสุโขทัยซึ่งเป็นแหล่งพริกที่ออกที่สุโขทัยเลยเพิ่งเริ่มทำไป รอให้จบหน้าฤดูพริกก่อนถึงจะเห็นผลงาน เล่าให้ฟังอีกทีนึงใน of Day ครั้งหน้า

Line Pet ใหม่ที่ลงที่อมตะลงเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว เริ่มตรวจระบบต่างๆไปแล้วเริ่มมีส่งออกแล้วในเดือน 3 นี้กำลังจะทดลองผลิตสินค้าอื่นเพิ่มขึ้นเราค่อยๆทำทีละตัวสองตัวเพื่อให้ stable

จะขายคาดว่าจะเติบโต 10 ปี 15 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ส่วนกำไรถ้าจะเติบโตเกินกว่า 15% คาดว่าจะทำได้ไม่น่าจะยาก

ปีที่แล้วมีค่าใช้จ่ายจากการใช้กำลังการผลิตไม่ถึงเป้าอยู่ประมาณ 16 ล้านบาท  ถ้าโรงงานใหม่มีกำลังการผลิตเกิน 80% ค่าเสื่อมราคาเกี่ยวกับโรงงานก็จะดีขึ้นตามไปด้วย

บริษัทเปิดมา 20 ปียอดขายเคยตก 2 รอบ ครั้งแรกตกเพราะเราขาย oem เยอะ แต่พอขอต่อราคาแล้วเราไม่ให้ยอดขายก็ตก ครั้งที่ 2 คือยุโรปเข้าสู่ช่วง  recession  ถ้าเป็นเพราะเราขาย retail เยอะ ทำให้ยอดขายตกไม่มาก จริงๆแล้วถ้า GDP ไม่ดียอดขายและอาจเพิ่มขึ้นก็ได้ คือทางที่ควรจะไปกินตามร้านก็จะซื้อมาปรุงอาหารทานเองมากขึ้น

อาจจะมีการตั้งสำรองด้อยค่า เครื่องจักรของเครื่องดื่ม ในกรณีที่เราไม่ทำเครื่องดื่มแล้ว ถ้าจะต้องมีการตั้งสำรองจริงๆคิดว่าไม่เกิน 5 ล้านบาท เราจะเลิกโฟกัสน้ำเราจะขายซอสเป็นหลัก

สินค้าเราไปเข้าทาง Tesco UK เยอะขึ้น ทุก Format Tesco มีประมาณ 3000 Outlet ที่ UK  แล้วเขาได้ถึงประมาณ 50-60% น้องสาขาเข้าได้หลาย sku บางสาขาก็ sku เดียว

สินค้าเรามีอยู่ประมาณ 700 SKU
Top 5 ของดิสทริบิวเตอร์ ทำยอดขายให้เราประมาณ 60-70 เปอร์เซ็นต์

ขนาดจีนตอนนี้ยังขายน้อยมากยังไม่ถึง 0.5% เลยยังมีคุยกันอยู่และยังพยายามทำอยู่ คาดว่าในตลาดจีนปีนี้น่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นได้ ตลาดจีนเน้นขอราคาถูกๆก่อนเลย แล้วมีแผนกเซลล์อยู่ 4 คนมีอยู่ 2 คนคุยอยู่

วันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2562

Oppday CPN 1/3/2019

Oppday CPN
-กำไรขั้นต้นลดลงมาเป็นผลจากธุรกิจปล่อยเช่า ธุรกิจปล่อยเช่ามีอัตรากำไรต่ำกว่าธุรกิจศูนย์การค้า เป็นเรื่องของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ 
- ธุรกิจศูนย์การค้าภาพรวมโตปีละ 8% 
- รายได้จากอาหารและเครื่องดื่มเติบโตตามจำนวนห้างที่เปิดเพิ่ม 
- cost and service เพิ่มมากกว่ารายได้จากการต่อสัญญาเช่าที่ดินเซ็นทรัลพระราม 2 และค่าธรรมเนียมในการโอนคอนโด ของธุรกิจ Residence รวมถึงค่าธุรกรรมในการซื้อจีแลนด์ทำให้ sg&a บวมขึ้นมา 
- รายได้ธุรกิจโรงแรมเปลี่ยนวิธีการบันทึกจากเดิมบันทึกที่กำไรสุทธิเปลี่ยนมาเป็นบันทึกรายได้และบันทึกค่าใช้จ่าย 
- residential กำไรขั้นต้น 43% ดีกว่าที่คาด 
- ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มตามจำนวนศูนย์การค้าที่เพิ่ม 
- แผนงานไปทางมิกซ์ยูสและไปต่างประเทศมากขึ้น 
- เซ็นทรัลภูเก็ตมี อควาเรียม และมีไตรภูมิ 
- ctw ปรับปรุงเสร็จแล้ว และจะเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญของ cpn 
- residential จะเปิดอย่างน้อย 3 โครงการต่อปี 
- ยังคงพัฒนาที่ดินตรงพลโยธินที่ร่วมทุนกับ BTS 
- โครงสร้างอัตราการเติบโตของรายได้ที่ 13 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ในช่วงปีต่อต่อไปนี้ 
- Big C ในเวียดนามเป็นของกลุ่มเซ็นทรัล ซึ่ง การที่ cpn มีแผนการลงทุนในเวียดนาม จะได้ประโยชน์ จากการร่วมมือกับเซ็นทรัล ที่ได้ไปลงทุนอยู่ในเวียดนามก่อนหน้านี้แล้ว 
-แผนการดำเนินการเกี่ยวกับ Gland 
-เพิ่มรายได้ , เติมพื้นที่ว่างให้เกิดประโยชน์, เพิ่ม Occupancy , ขายคอนโดที่ยังเหลืออยู่ประมาณ 40 ห้อง 
-คาดว่าจะมี contribute เข้ามา CPN 2-3%
-Manage ต้นทุนที่ซ้ำซ้อนกับ CPN เพื่อให้เกิด Economy of scale

วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2562

VN30 ของเวียดนาม

 ข้อมูลจาก บล.บัวหลวง

 Bualuang Knowledge Sharing

ทำความรู้จักหุ้นในดัชนี VN30 ของเวียดนาม
Created December 25, 2018  Author Globalinvesting Team  Category DR
ks14

ทำความรู้จักหุ้นในดัชนี VN30 ที่ DR “E1VFVN3001” ไปอ้างอิง ผ่านการลงทุนใน ETF E1VFVN30 กันดีกว่าครับว่าประกอบไปด้วยหุ้นอะไรบ้าง…ที่น่าสนใจคือในดัชนี VN30 ประกอบไปด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมถึง 11 กลุ่ม! ทำให้เราสามารถกระจายการลงทุนได้มากจริงๆ ครับ

1. Consumer Staples

ks01

VNM : Vietnam Dairy Products Joint Stock Company

ประกอบธุรกิจผลิตนม นมข้นหวาน นมผง โยเกิร์ต ไอศกรีมชีส และน้ำ-ดื่มบรรจุขวด
VNM ถูกจัดเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่ม Consumer Staples โดยบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 50%
บริษัทจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นม และเครื่องดื่มให้ทั้งลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ โดยรายได้ในประเทศถือเป็นสัดส่วน 85.4% ของรายได้รวมทั้งหมด
MSN: Masan Group Corporation

ให้บริการธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่ม รวมถึงผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร
รายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายเนื้อสัตว์มีสัดส่วนถึง 70% ของรายได้ทั้งหมดและมีบริษัทอื่น ๆ ในเครือประกอบธุรกิจธนาคาร และขุดเจาะเหมืองแร่
SAB: Saigon Beer Alcohol Beverage Corporation

ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เบียร์ สุรา โซดา และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ โดยรายได้หลักของบริษัทมาจากการจำหน่ายเบียร์ในประเทศ
SAB ถือเป็นบริษัทที่ใหญ่อันดับสองรองลงมาจาก Vinamilk ในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดถึง 40%
SBT: Thanh Thanh Cong – Bien Hoa Joint Stock Company

ประกอบธุรกิจผลิตน้ำตาล จำหน่ายปุ๋ยเคมี ปุ๋ยทางการเกษตร รวมถึง ให้บริการทางด้านสร้างโครงสร้างพื้นฐานในนิคมอุตสาหกรรมและงานโยธา
รายได้หลักของบริษัทมาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายน้ำตาลในประเทศเวียดนาม โดยมีสัดส่วนเป็น 86% ของรายได้รวมทั้งหมด
KDC: Kido Group Corporation

ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่ม เช่น ผลิตขนมหวาน เครื่องดื่ม อาหารแช่แข็ง และน้ำมันพืช
KDC เป็น Holding Company โดยถือหุ้น 65% ใน Kido Frozen Food (จำหน่ายของหวาน) และ 79% ใน Tuong An
(ผลิตและจำหน่ายน้ำมันพืช)


2. Real Estate

ks02

VIC: Vingroup Joint Stock Company

ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อพาร์ทเมนท์ ห้างสรรพสินค้า โรงแรม รีสอร์ท การดูแลสุขภาพ การศึกษา ศูนย์การประชุม สวนสนุกและสถานบันเทิง
VIC เป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในดัชนี VN30 โดย Market Capitalization ซึ่งรายได้หลักของบริษัทมาจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมีสัดส่วนเป็น 70% ของรายได้ทั้งหมด
NVL: No Va Land Investment Group Corporation

ประกอบธุรกิจพัฒนาและบริหารอสังหาริมทรัพย์ โดยเน้นโครงการที่พักอาศัยระดับกลางถึงระดับสูงในเมืองโฮจิมินห์ซิตี้
บริษัทมีโครงการที่บริหารอยู่ทั้งหมด 40 โครงการ และยังมีที่ดินเปล่าที่พร้อมสำหรับการพัฒนาทั้งหมดประมาณ 1,500 เอเคอร์ในตัวเมืองโฮจิมินห์ซิตี้
VRE: Vincom Retail Joint Stock Company

ประกอบธุรกิจพัฒนาห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้ จากจำนวนห้างสรรพสินค้าทั้งหมด 55 ห้างทั่วประเทศ
VRE เป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าซึ่งครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้าภายใต้ แบรนด์ที่หลากหลาย เช่น Vincom Center (สำหรับลูกค้าระดับกลางถึงบน) Vincom Mega Mall (สำหรับลูกค้าทุกระดับ) Vincom Plaza (สำหรับ-ลูกค้าระดับกลาง) และ Vincom+ (สำหรับลูกค้าระดับล่าง)


3. Banks

ks03

CTG: Vietnam Joint Stock Commercial Bank

ให้บริการรับฝากเงิน บัตรเครดิต สินเชื่อธุรกิจ สินเชื่อบุคคล สินเชื่อและประกันภัยธนาคาร ถูกจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์สนับสนุนธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ และการให้สินเชื่อเพื่อการนำเข้าและส่งออก
เป็นธนาคารที่มี Market Capitalization สูงเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มของธนาคารทั้งหมดในเวียดนาม
MBB: Military Commercial Joint Stock Bank

ให้บริการรับฝากเงิน แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ บริการด้าน-สินเชื่อ รวมถึงให้บริการค้าหลักทรัพย์
รายได้หลักของธนาคารนั้นมาจากธุรกิจ Retail Banking และ Institutional Banking ซึ่งรวมกันแล้วมีสัดส่วนถึง 95% ของรายได้ทั้งหมด
MBB เริ่มมุ่งเน้นไปยังธุรกิจ Digital Banking มากขึ้น คาดว่าจะเป็นธนาคารแรกที่สามารถให้บริการ Online Banking ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
STB: Sacombank

ดำเนินธุรกิจให้บริการรับฝากเงิน แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศปล่อยสินเชื่อ ให้กับลูกค้าบุคคล และองค์กร ด้านการธนาคารส่วนบุคคลและองค์กรต่างๆ
STB ถูกจัดเป็นธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ในเวียดนามตามขนาดของสินทรัพย์รวม
VCB: Bank for Foreign Trade Of Vietnam Joint Stock Company

ถูกจัดเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามโดย Market Capitalization และเป็นธนาคารที่มีรายได้มากที่สุด
ให้บริการรับฝากเงิน ปล่อยสินเชื่อ แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ รวมถึงมีบริษัทหลักทรัพย์เป็นบริษัทลูก ซึ่งประกอบธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ในตลาดทุน
รายได้ส่วนใหญ่มาจากการปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้ารายย่อย และธุรกิจบัตรเครดิต
VPB: Vietnam Prosperity Joint Stock Company Bank

ให้บริการรับฝากเงิน แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ บริการด้านสินเชื่อ
VPB เป็นธนาคารชั้นนำเมื่อมองทางด้านของขนาดและความสามารถในการทำกำไร


4. Financial service

ks05

SSI: Saigon Securities Incorporation

ให้บริการด้านวาณิชธนกิจ บริการนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ให้คำแนะนำด้านการเงิน การระดมทุน รวมถึงธุรกิจจัดการกองทุน
รายได้หลักของบริษัทมาจากธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์
SSI จัดว่าเป็นโบรกเกอร์ชั้นนำในเวียดนาม โดยมี Market Share การซื้อขายหุ้นในตลาด HOSE อยู่ที่ 19% และตลาด HNX อยู่ที่ 13%


5. Materials

ks04HPG: Hoa Phat Group Joint Stock Company

ผลิตและจำหน่ายเหล็ก ไม้แปรรูป สินค้าตกแต่งภายในรวมถึงก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเขตอุตสาหกรรม
HPG เป็น บริษัทที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มผลิตวัสดุก่อสร้าง ซึ่งมีส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 25% ของอุตสาหกรรม โดย 91% ของรายได้มาจากการผลิตและจำหน่ายเหล็ก
DPM: Petrovietnam Fertilizer and Chemical Corporation

ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยไนโตรเจนเหลว แก๊สอุตสาหกรรมผลิตเคมีภัณฑ์ปิโตรเลียม และสารเคมีอื่นๆ
DPM เป็นบริษัทในเครือของ PetroVietNam Gas Joint Stock- Corporation (บริษัทผลิตก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม)
โดย DPM มี Market Capitalization เป็นอันดับที่ 2 ในอุตสาหกรรมผลิตเคมีภัณฑ์
HSG: Hoa Sen Group

ผลิตวัสดุก่อสร้าง เหล็กสำหรับรถยนต์และอุตสาหกรรมอื่น ๆ ท่อโพลีไวนิลคลอไรด์ ท่อเหล็กแท่งอลูมิเนียมเฟรม
ณ ปัจจุบัน บริษัทมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 30% ในกลุ่มอุตสาหกรรมผลิตเหล็ก โดยสัดส่วนรายได้ทั้งหมดมาจากการผลิตเหล็กและจำหน่ายให้กับลูกค้าในประเทศและนอกประเทศ


6. Energy

ks06PLX:  Vietnam National Petroleum Group

ผลิตและจำหน่ายปิโตรเลียม จัดหาน้ำมันหล่อลื่น ก๊าซปิโตรเลียมเหลวและการขนส่งน้ำมัน
PLX ประกอบธุรกิจพลังงาน โดย 90% ของรายได้รวมมาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายปิโตรเลียม โดยมีเครื่อข่ายปั้มน้ำมันในเวียดนาม
GAS: PetroVietNam Gas Joint Stock Company

ผลิตก๊าซปิโตรเลียมเหลว ก๊าซความร้อน ก๊าซแห้ง ก๊าซธรรมชาติอัดและก๊าซธรรมชาติเหลว รวมถึงการนำเข้าก๊าซการขนส่ง
GAS เป็นบริษัทในเครือของ PetroVietNam Gas Joint Stock- Corporation (บริษัทผลิตก๊าซที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม)


7. Consumer Discretionary

ks07MWG: Mobile World Investment Corporation

จำหน่ายโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต แล็ปท็อป อุปกรณ์เสริม และอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ โดยบริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดในอุตสาหกรรมถึง 45%
นอกจากนั้นยังจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มผ่านช่องทางออนไลน์และหน้าร้าน โดยบริษัทมีอัตราการเติบโตในธุรกิจขายออนไลน์อย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
PNJ: Phu Nhuan Jewelry Joint Stock Company

ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับ
ปัจจุบัน PNJ มีร้านทั้งหมด 298 สาขาและจุดกระจายสินค้ามากกว่า 3,000 แห่ง นอกจากนี้บริษัทยังมีความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่งกับผู้จัดจำหน่ายสินค้าในประเทศออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น
บริษัทแบ่งผลิตภัณฑ์จิวเวอร์รี่ให้เหมาะสมกับลูกค้าทุกกลุ่มอายุและรายได้ เช่นสินค้าเครื่องประดับสำหรับลูกค้าระดับ high-end ระดับกลาง วัยรุ่น และวัยทำงาน


8. Aviation

ks08VJC: Vietjet Aviation Joint Stock Company

ประกอบธุรกิจให้บริการสายการบิน จองเที่ยวบิน บริการข้อมูลเที่ยวบิน ขนส่งสินค้าและสัมภาระในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
VJC เป็นผู้ประกอบธุรกิจในกลุ่มการบินรายเดียวที่อยู่ในดัชนี VN30 และเป็นบริษัทสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนามจัดโดย Market Capitalization
รายได้หลักของ VJC ส่วนใหญ่มาจากการประกอบธุรกิจสายการบินพาณิชย์ และ การธุรกิจขายและเช่าคืน (Sale And Leaseback) ของเครื่องบิน


9. Industrials

ks09ROS: FLC Faros Construction Joint Stock Company

ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและวิศวกรรม สร้างโครงสร้างพื้นฐานในเขตอุตสาหกรรม และพัฒนาระบบการคมนาคม
นอกจากนี้ บริษัทยังให้คำปรึกษาด้านการออกแบบด้านสถาปัตยกรรม และวิศวกรรม รวมถึงให้เช่าเครื่องจักรและอุปกรณ์ก่อสร้างอีกด้วยโปรเจคหลัก ๆ ของบริษัทเน้นไปที่การก่อสร้าง Luxury Apartment และ resort ในพื้นที่ท่องเที่ยว
CII: Ho Chi Minh City Infrastructure Investment Joint Stock Company

ประกอบธุรกิจก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในโครงการต่างๆ เช่น โครงการก่อสร้างทางด่วน รวมถึงการดำเนินการเรียกเก็บค่าผ่านทาง นอกจากนี้ บริษัทยังมีบริการให้เช่าที่ดิน และธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้าง
CII ถือเป็นบริษัทสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการสร้างทางด่วนที่เก็บค่าผ่านทาง (Toll- Roads) และการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
CTD: Coteccons Construction Joint Stock Company

ประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ทั้งโครงการที่อยู่อาศัย นิคมอุตสาหกรรม รีสอร์ท และสถาบันการศึกษา นอกจากนี้ บริษัทมีความชำนาญในธุรกิจนำเข้าและส่งออกวัสดุก่อสร้าง
CTD ถือเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างโดยรายได้รวมของ CTD เป็น 8.1% ของมูลค่ากลุ่มอุตสาหกรรมก่อสร้างในประเทศเวียดนาม
REE: Refrigeration Electrical Engineering Corporation

ดำเนินธุรกิจผลิต และจำหน่ายระบบทำความเย็นเพื่อการพาณิชย์และอุตสาหกรรม
นอกจากนั้นยังประกอบธุรกิจให้เช่าพื้นที่สำนักงาน และลงทุนในธุรกิจพลังงานอื่น ๆ อีกด้วย
รายได้หลักมาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายเครื่องทำความเย็น โดยมีสัดส่วน 55% ของรายได้ทั้งหมด และมีรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นสัดส่วนรองลงมา
GMD: Gemadept Corporation

ประกอบธุรกิจท่าเรือ ให้บริการตู้คอนเทนเนอร์ และจัดส่งสินค้าในประเทศ รวมถึงลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์ทางการเงิน
GMD เป็นหนึ่งในผู้เล่นเพียงไม่กี่รายที่มีความสามารถสูงในเรื่องของระบบขนส่ง บริษัทได้ถือครองสินทรัพย์และร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจอื่นๆ เพื่อที่จะทำให้ระบบการจัดส่งสินค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น
BMP: Binh Minh Plastics Joint Stock Company

เป็นผู้ผลิตท่อพลาสติก แม่พิมพ์พลาสติกสำหรับอุตสาหกรรมหล่อโลหะ และเครื่องจักรวัสดุสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง
นำเข้าและส่งออกวัสดุเคมีภัณฑ์และเครื่องจักรสำหรับผลิตพลาสติก
BMP มีส่วนแบ่งในตลาดเป็น 50% ของอุตสาหกรรมผลิตท่อใน เวียดนามใต้ และ 25% ในตลาดเวียดนามทั้งประเทศ


10. Health Care

ks10DHG: DHG Pharmaceutical Joint Stock Company

ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยารักษาโรค เวชภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์ดูแลความงามและสุขภาพ
ถูกจัดเป็นบริษัทผลิตยาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเวียดนาม มีข้อได้เปรียบในระบบกระจายสินค้าและเครือข่ายร้านค้าที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่ง


11. Information Technology

ks11FPT: FPT Corporation

ให้บริการด้านการจำหน่ายมือถือและอุปกรณ์สื่อสาร รวมถึงระบบสัญญาณอินเตอร์เน็ตพัฒนาซอฟต์แวร์อินเทอร์เน็ตและการประกอบชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์
เป็นบริษัทแรกที่ได้ดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีในประเทศเวียดนาม และมีส่วนแบ่งในตลาดสูงที่สุด


ข้อมูล ณ วันที่ 6/8/2561, ที่มา BLS Global Investing

http://knowledge.bualuang.co.th/knowledge-base/stock-vn30/

วันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2560

จำนวนการเกิด/ตาย ประชากรในประเทศไทย

CREDIT : nesdb.go.th

















 ปี พ.ศ.   จำนวนประชากร (คน)   จำนวนการเกิด (คน)   จำนวนการตาย (คน) 
 ชาย   หญิง   รวม   ชาย   หญิง   รวม   ชาย   หญิง   รวม 
2536        29,205,086        29,130,986        58,336,072        503,551        480,413        983,964        165,293        112,206        277,499
2537        29,552,978        29,542,441        59,095,419        497,817        472,943        970,760        147,245          96,816        244,061
2538        29,678,600        29,781,782        59,460,382        474,986        453,970        928,956        180,637        117,831        298,468
2539        29,973,059        30,143,123        60,116,182        504,739        478,656        983,395        190,875        124,592        315,467
2540        30,295,797        30,520,430        60,816,227        451,868        428,160        880,028        167,787        111,303        279,090
2541        30,591,602        30,874,576        61,466,178        442,434        419,826        862,260        203,634        140,576        344,210
2542        30,650,172        31,011,529        61,661,701        398,560        375,789        774,349        184,579        130,971        315,550
2543        30,725,016        31,153,730        61,878,746        403,151        382,867        786,018        187,707        136,139        323,846
2544        30,913,485        31,395,402        62,308,887        394,245        371,862        766,107        185,656        137,452        323,108
2545        31,139,647        31,660,225        62,799,872        397,158        374,629        771,787        187,147        139,436        326,583
2546        31,255,350        31,824,415        63,079,765        400,628        377,817        778,445        192,118        142,607        334,725
2547        30,616,790        31,356,831        61,973,621        422,756        399,819        822,575        206,890        156,757        363,647
2548        30,818,629        31,599,425        62,418,054        416,193        393,581        809,774        227,624        171,707        399,331
2549        31,007,857        31,820,849        62,828,706        414,049        388,875        802,924        222,960        169,084        392,044
2550        31,095,942        31,942,305        63,038,247        417,783        393,601        811,384        224,954        173,484        398,438
2551        31,255,869        32,133,861        63,389,730        410,737        386,619        797,356        226,714        175,267        401,981
2552        31,293,096        32,231,966        63,525,062        405,970        381,769        787,739        225,276        172,854        398,130
2553        31,451,807        32,426,466        63,878,267        394,341        372,029        766,370        234,917        179,971        414,888
2554        31,529,148        32,546,885        64,076,033        410,226        385,878        796,104        237,944        181,321        419,265
2555        31,700,727        32,755,968        64,456,695        412,952        396,949        818,901        240,659        182,554        423,213
2556        31,845,971        32,939,938        64,785,909        403,022        379,107        782,129        250,048        188,600        438,648
2557        31,999,008        33,125,728        65,124,716        399,852        376,518        776,370        254,535        194,066        448,601
2558        32,280,886        33,448,212        65,729,098        378,037        358,315        736,352        259,387        197,004        456,391
2559        32,357,808        33,573,742        65,931,550        362,395        341,663        704,058        273,315        207,119        480,434




วงจรแห่งความตกต่ำ

วงจรแห่งความตกต่ำ คือ วงจรที่พยายามประหยัดค่าใช้จ่ายจนเกินพอดี จนละทิ้งเรื่องคุณภาพลงไป เป็นเรื่องปกติที่เมื่อประหยัดค่าใช้จ่ายมากๆ คุณภาพและบริการย่อมลดลง เมื่อคุณภาพและบริการลดลง สิ่งที่ตามมาคือรายได้ลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อรายได้ลดลงก็ยิ่งจำเป็นต้องตัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น เมื่อตัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น คุณภาพกับบริการยิ่งตกต่ำมากขึ้นไปอีก ยิ่งส่งผลให้รายได้ลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ สุดท้ายก็คือ จบเกม นี่คือสาเหตุนึงที่คนตระหนี่ ทำกิจการใหญ่โตไม่ได้ เพราะทุกกิจการย่อมต้องผ่านช่วงเวลากำไรลดลง จาก คชจ เพิ่มขึ้น หรือกำไรลดลงเพราะ คชจ เท่าเดิมแต่รายได้ลดลง แต่การแก้ไขปัญหาของ ผบห ที่มีวิสัยทัศน์จะแตกต่างกับ ผบห ที่ตระหนี่ ตรงจุดเหล่านี้อย่างเห็นได้ชัด
    
     แล้ว ผบห ที่มีวิสัยทัศน์จะแก้ปัญหาอย่างไรเมื่อเจอเหตุการณ์เดียวกัน (กำไรลด คชจ เพิ่ม) อย่างแรกกำหนดกลุ่มเป้าหมายลูกค้าให้ชัดเจน ตามด้วย ลด คชจ ที่ไม่จำเป็นออก แต่จะไม่ลดจนคุณภาพและบริการตกต่ำ ตามด้วย และเพิ่มบริการให้ตรงกับที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายต้องการ รวมถึงเพิ่มค่าบริการ หรือราคาสินค้า เพื่อเป็นการคัดลูกค้าให้เหลือเฉพาะกลุ่มที่เป็นเป้าหมายจริงๆ และเพื่อให้ราคาสมเหตุ สมผลกับคุณภาพและบริการที่มีให้ลูกค้า รวมทั้งต้องโฆษณาให้ตรงกลุ่มเป้าหมายได้รับรู้ ถึงคุณภาพและบริการที่เรามีให้

การลด คชจ แต่เพียงอย่างเดียวมีแต่จะทำให้กิจการตายซาก รอวันตายจริงเท่านั้น เพราะมองแต่กำไรเฉพาะหน้า
ต้องสร้างวงจรแห่งความรุ่งเรืองคืนมาให้ได้กิจการจึงจะมีอนาคต นั่นคือหน้าที่ของผู้บริหาร แน่นอนนั่นรวมถึงการพากิจการหลีกห่างอุตสาหกรรมตะวันตกดินด้วย

วงจรแห่งความรุ่งเรือง จะสามารถเพิ่มรายได้เข้ามาได้ แต่ต้องเกิดจากการมี คุณภาพและบริการที่สูงขึ้น ซึ่งนั่นคือต้องลงทุนใน คชจ ที่มากขึ้นก่อน ก่อนลงทุนเพิ่ม คชจ แล้วต้องโฟกัสเป้าหมายเพื่อไม่ให้ คชจ เหล่านั้นสูญเปล่า กิจการที่เพิ่ม คชจ เพื่อเพิ่มคุณภาพและบริการได้ถูกใจกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเท่านั้น ที่จะสามารถเพิ่มรายได้จากการเพิ่มราคาสินค้าและบริการได้
#คิดไปเรื่อยเปื่อย