วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559
การเปรียบเทียบราคาคอนโด
การเปรียบเทียบราคาคอนโด
โดยปกติจะต้องเปรียบเทียบราคา ในทำเลเดียวกัน (อันนี้สำคัญมาก เพราะทำเลคือราคาที่แตกต่าง) ความสะดวกในการเดินทาง สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในคอนโด ระบบความปลอดภัย ค่าส่วนกลาง
แต่สิ่งนึงที่คนมักลืมไปคือ การเปรียบเทียบราคาคอนโดที่สร้างเสร็ตแล้วกับกำลังก่อสร้าง
เข่น สมมติว่า คอนโด 1 สร้างเสร็จแล้ว อายุตึก 1 ปี ตรม.ละ 1.4 แสนบาท กับคอนโด 2 ที่เพิ่งลงมือก่อสร้างกำหนดเสร็จอีกสามปีข้างหน้าราคา ตรม.ละ 1.8 แสน คอนโด 1 เท่ากับเราจ่ายเงิน ณ ปัจจุบัน แต่คอนโด 2 เท่ากับเราจ่ายเงินโอน ณ อนาคต นั่นคือราคา 1.8 แสนเป็นราคาของอนาคตอีกสามปีข้างหน้า นั่นแปลว่าหากจะเทียบราคา ต่อ ตรม. ต้องเทียบกับราคาในอีกสามปีข้างหน้าของคอนโด 1 ซึ่งในอีกสามปีข้างหน้า อายุคอนโด 1 จะเป็นอายุตึก 4 ปี ส่วนคอนโด 2 อายุตึก เริ่มนับปีที่ 1 แล้วจึงเทียบราคา ณ ตอนนั้นหากสมมติว่า ราคาคอนโด 1 อยู่ที่ 1.6 แสน/ตรม ส่วนคอนโด 2 คือราคาที่จองซื้อตั้งแต่ก่อนก่อสร้าง 1.8 แสน/ตรม. (เพราะจ่ายค่าโอนเมื่อคอนโดเสร็จ) จะเห็นว่าคอนโด 2 ราคาสูงกว่าแต่จะได้อายุตึกที่ใหม่กว่าอีก 4 ปี
หรือหากในสามปีข้างหน้าคอนโด 1 ราคาขยับเป็น 1.8 แสน/ตรม ก็จะราคาเท่ากับ คอนโด 2 แต่อายุตึกคอนโด 1 เก่ากว่าคอนโด 2 อยู่ 4 ปี
โดยหลักคือ หากเทียบราคาคอนโดที่สร้างเสร็จแล้วกับคอนโดใหม่ที่กำลังก่อสร้าง ต้องเทียบ ณ วันที่จ่ายค่าโอน คอนโดที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งวันจ่ายค่าโอนก็คือวันที่สร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่
คิดแบบนี้อาจมีเหลื่อมล้ำเรื่องเงินดาวน์ แต่เงินส่วนใหญ่ประมาณ 80% จะจ่าย ณ วันโอน
วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559
ผ่านปีใหม่มา 15 วันแล้ว index ต่างๆเป็นยังไงบ้าง
| Date Begin | Begin | Date End | End | %chg | |
| SET | 30/12/2015 | 1288.02 | 15/01/2016 | 1245.85 | -3.27 |
| MAI | 30/12/2015 | 522.62 | 15/01/2016 | 501.08 | -4.12 |
| SET100 | 30/12/2015 | 1821.66 | 15/01/2016 | 1742.13 | -4.37 |
| SET50 | 30/12/2015 | 813.55 | 15/01/2016 | 773.46 | -4.93 |
| SETHD | 30/12/2015 | 933.71 | 15/01/2016 | 858.62 | -8.04 |
| SSECI | 30/12/2015 | 3572.69 | 15/01/2016 | 2902.22 | -18.77 |
| NIX | 30/12/2015 | 19033.7 | 15/01/2016 | 17147.1 | -9.91 |
| PHCOMP | 04/01/2016 | 6833.42 | 15/01/2016 | 6449.5 | -5.62 |
| HNXI | 30/12/2015 | 79.28 | 15/01/2016 | 75.39 | -4.91 |
| SET | 30/12/2015 | 1288.02 | 15/01/2016 | 1245.85 | -3.27 |
| JKSE | 30/12/2015 | 4593.01 | 15/01/2016 | 4523.98 | -1.5 |
| NASDAQ | 31/12/2015 | 5007.41 | 14/01/2016 | 4615 | -7.84 |
| SP500 | 31/12/2015 | 2043.94 | 14/01/2016 | 1921.84 | -5.97 |
| DJIA | 31/12/2015 | 17425 | 14/01/2016 | 16379 | -6 |
วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2559
MACD
เส้น MACD คือ ส่วนต่างระหว่างเส้น EMA 12 กับ EMA 26 โดยนำเอาส่วนต่างมา Plot เป็นกราฟ จะได้เส้น MACD และนำเส้น MACD มาหาเส้น EMA 9 (เป็นเส้น ema9 ของ macd ) อีกทีเป็นใช้เป็นจุดบอกสัญญาณการซื้อขาย โดยเรียกเส้น ema9 ของ macd ว่าเป็นเส้น signal
เมื่อ macd ตัดเส้น signal ขึ้น จะเป็นสัญญาณซื้อ และ เมื่อตัดลงจะเป็นสัญญาณขาย และมีการเอาระยะห่างระหว่างเส้น macd กับเส้น signal มา plot เป็นแท่ง Histogram เพื่อให้สังเกตได้ง่ายขึ้น
วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2559
Review app FitNotes ผู้ช่วยจดบันทึก Weight training
วันพุธที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2558
บางส่วนจาก FB ห้อง Invested in Stocks
ในภาวะที่มีความมั่นใจมากเกินไป จะไม่รับรู้ถึงความเสี่ยงใดๆทั้งสิ้น และสุดท้ายก็จะ Overtrade
ต้นตอของปัญหาหลักในการลงทุน ที่แท้จริงแล้วคือ "มุมมอง" ของ นลท นั่นเอง แต่โดยมากมักเข้าใจผิดว่าเกิดจาก มีความรู้เกี่ยวกับตลาดน้อยไป
การโทษตลาด จากความเจ็บปวดที่เกิดจากการเทรดแล้วขาดทุนนั้น หนังสือสักเล่มบอกว่ามันคือการโยงเอานิสัยตอนเด็กมาใช้ เมื่อเด็กโดนห้ามเล่นอะไรบางอย่างที่อันตรายก็มักจะโทษคนห้ามว่าเป็นคนทำลายความสุข และสร้างความเจ็บปวดให้#คุมความเสี่ยงก่อนเทรด
Selection bias คือ ความผิดพลาดทางสถิติ เนื่องมาจากวิธีการเลือกตัวอย่างหรือกลุ่มตัวอย่างในงานศึกษา (ใน system trade ของหุ้น คือการเลือก sample ) กลุ่ม หรือข้อมูลเพื่อทำการวิเคราะห์ โดยที่ไม่มีการสุ่ม (randomization) ที่สมควร และดังนั้นจึงทำให้ตัวอย่างที่ได้มา ไม่สามารถเป็นตัวแทนของทั้งหมดที่ต้องการจะวิเคราะห์ ทำให้ผลการวิเคราะห์นั้นผิดพลาดได้ (ในทาง system trade จึงควรมีการดึงเอา out sample มาทดสอบด้วย )
คนที่ได้ฟังจะเริ่มสนใจ และมีความโน้มเอียงที่จะซื้อบ้างเพราะกลัวตกรถ โดยที่ไม่ได้ดูเหตุผลในการซื้อของตนเอง
"ความเชื่อ" ของเทรดเดอร์ ว่าอะไรคือความจริงเป็นสิ่งสำคัญต่อการคิด ต่อมุมมอง ต่อการตัดสินใจ และต่อการกระทำ และมันแทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ตัดสินใจเทรดสวนทางกับความเชื่อ ดังนั้นสิ่งพื้นฐานที่สำคัญที่สุดคือ การมีความเชื่ออย่างถูกต้อง
หมั่นถามตัวเองเมื่อเกิดความขัดแย้งในจิตใจ ว่าสิ่งที่เราคิดเกิดจากการรับรู้ข้อมูลจากตลาด หรือเกิดจากจิตใจเราสะท้อนความกลัว ความโลภออกมาให้เราคิดกันแน่
การเทรด ที่มีการควบคุมความเสี่ยงไว้แล้ว หมายความว่า จะต้องไม่กังวล ไม่กลัว ไม่ว่าผลการเทรดจะออกมาในรูปแบบใด หากยังกังวล หรือ เครียดกับผลการเทรด แสดงว่า ความเสี่ยงที่วางไว้นั้น ยังสูงเกินไป การวางแผนการเทรดที่ดีนั้น เมื่อเกิดผลลบ จะต้องไม่กระทบกับจิตใจ เป็นจุดสำคัญ
ราคาหุ้นถูกผลักดันจากแรงซื้อและแรงขาย เพียงสองอย่างนี้เท่านั้นที่จะกำหนดทิศทางของราคาได้
Player ในตลาดก็สามารถทำกำไรได้จากการกระทำสองทาง คือ ซื้อราคาต่ำขายราคาสูง หรือ ขายราคาสูงแล้วค่อยซื้อคืนราคาต่ำ
หากแรงซื้อและแรงขายสมดุลกันราคาก็จะไม่ไปไหน แต่หากแรงด้านไหนมากกว่าก็จะผลักดันให้ราคาเคลื่อนที่ไป
ในจุดที่สมดุลของราคา หากมีแรงที่เกินกว่าในด้านซื้อหรือขายจากเทรดเดอร์เพียงแค่คนเดียวก็จะเกิดการไหลของราคา มันเหมือนกับตาชั่งที่จะเอียงไปด้านใดด้านนึงจากแรงผลักที่เกินสมดุลเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เช่นกับกับการเทรด ณ จุดสมดุล เทรดเดอร์เพียงคนเดียวก็สามารถผลักดันราคาให้เคลื่อนที่ได้แล้ว
แต่การโยนเหรียญหลายร้อยครั้งถึงเป็นพันครั้ง จะสามารถคาดเดาผลที่จะเกิดได้ คือ % ออกหัวและก้อย จะประมาณ 50% (เรียกจุดนี้ว่าภาพใหญ่)
นักลงทุนทั่วไปพยายามจะเป็นคนถูกทุกครั้ง ที่เข้าซื้อขายหุ้น แต่เป็นความพยายามที่ไม่มีทางเป็นไปได้ เป็นความพยายามที่จะทำในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง
การขาดทุนเป็นส่วนนึงของความสำเร็จ แต่ต้องมีลิมิต เป็นส่วนนึงของการคุมความเสี่ยง แต่ก็ไม่ใช่ไม่ยอมรับการขาดทุนเลย
คำว่าชนะตลาดสัก 10% ไม่ได้หมายความว่าจะติดลบเงินต้นไม่ได้ เช่น หากตลาด -20% แล้วเราสามารถชนะตลาดได้ 10% ก็คือเงินต้นติดลบ -10% ในปีที่ตลาด +15% แล้วเราสามารถชนะตลาด 10% นั่นคือเราจะบวก +25% ในปีนั้น
จิตใจป้องกันเราจากอะไร
จากอารมณ์ขุ่นเคือง จากอารมณ์กลัว
อารมณ์เหล่านี้เกิดได้จาก การคาดหวังแล้วผิดหวังและความเสียหายในระดับที่ยอมรับไม่ได้ ทางแก้ คือ ไม่คาดหวัง และคุมความเสียหายให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ก็คือที่ชอบพูดกันว่า คุม risk นั่นเอง ที่บอกว่าไม่คาดหวัง คืออะไร
เช่น เราโยนเหรียญ เราย่อมไม่สามารถคาดหวังได้ว่าจะออกหัวหรือก้อยนั่นเอง
Mkt growth ,Mkt share , Net margin
#ดูธุรกิจนะคับ #ดูหุ้นอีกเรื่อง #ฮาาา
แต่อารมณ์เจ็บปวดเกิดจาก "การตีความหมาย" ของข้อมูลที่เราได้รับต่างหาก
ไม่ว่ากลยุทธ์จะดีเพียงใด จะเจ๋งแค่ไหน สุดท้ายเราก็ดูที่ผลลัพธ์
หุ้นในตลาดถ้าดูดีๆตัวที่พื้นฐานดี งบการเงินดีก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะเป็น winner
ตัวที่งบเน่าก็ไม่เสมอไปว่าจะเป็น loser ทุกตัว จนน่าจะกล่าวได้ว่า ตัวที่เป็นผู้ขนะและผู้แพ้น่าจะมีการกระจายตัวแบบสุ่ม บนการการกระจายตัวแบบสุ่มนั้น สามารถระบุตัวชี้วัดความได้เปรียบ หรือเสียเปรียบในภาพรวมได้ แต่ในภาพเล็กย่อยๆแต่ละภาพเป็นเรื่องเฉพาะตัว คือไม่เกี่ยวกัน เช่น หุ้นตัวนี้เคยเป็นผู้ชนะในช่วงเวลานึง ไม่ได้แปลว่า จะต้องกลับมาเป็นผู้ชนะอีก มันชนะในเวลานั้นก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวมันเองในเวลานั้น
#จดเท่าที่คิด
ทำเงินจากหุ้นตัวไหนก็เหมือนกันหมดไม่ใช่หรือ
ทำเงินจากหุ้นดี ทำเงินจากหุ้นเลว สุดท้ายคือ ทำเงินได้หรือไม่ต่างหากเล่า
หุ้นดีที่ไม่ทำเงิน น่าสนใจหรือ
หุ้นเลวที่ทำเงินได้ ไม่น่าสนใจหรือ
นานาจิตตัง
นั่นก็เป็นเพราะคาดอนาคตว่าหาก MACD มากกว่า 0 ราคาจะวิ่งขึ้น จะทำให้เรามีกำไร แต่เมื่อเอามาทำเป็นระบบ มันคือเราไม่แทรกแซงการตัดสินใจเมื่อมันเข้าตามเงื่อนไข เราเพียงทำตามระบบที่วางไว้ โดยไม่ต้องคาดอนาคตด้วยตัวเองอีก ปล่อยให้เงื่อนไขการซื้อขาย ทำหน้าที่ของมัน ทุกเครื่องมือนำเข้ามาทำระบบได้หมด ทั้งเส้นค่าเฉลี่ย ทั้งเวฟ หรือรูปแบบต่างๆของกราฟ (Pattern)
เมื่อข่าวร้ายเริ่มออกมาข่าวหนึ่ง
มันมักจะมีข่าวร้ายตามออกมาอีกเรื่อยๆ
มันเป็นเรื่องแบบนี้แหละ
แมลงสาบ ไม่เคยมรตัวเดียว
มันยังจะมีข่าวร้ายตามมาอีกเรื่อยๆไม่จบไม่สิ้น
เพราะมันเป็นเช่นนั้นเอง
คุณจะเห็นว่ามันมีแต่ข่าวร้ายออกมาเรื่อยๆ
ยังจะมีแมลงสาบตัวใหม่ออกมาเรื่อยๆ
มันไม่เคยมาตัวเดียว มันมาเป็นฝูง
และมันยังจะตามออกมาอีกเรื่อยๆ
เสี่ยงให้น้อยลง
ให้น้อยลงอีก
น้อยลงอีก
และน้อยลงอีก
เสี่ยงให้น้อยลง
ให้น้อยลงที่สุด
แล้วค่อยเพิ่มความเสี่ยงขึ้นมา
ค่อยๆเพิ่มมันขึ้นมาอีก
เพิ่มขึ้นมาอีกครับ
เพิ่มให้มากกว่าเดิม
แล้วเพิ่มให้มากขึ้นอีก
1.รายได้จากดอกเบี้ย
2.รายได้จากค่าเช่า
3.รายได้จากเงินปันผล
วันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2558
CBD ออฟฟิศเกรดเอ
CBD ย่อมาจาก Central Business District ซึ่งถ้าจะพูดถึงใจความหลักของ CBD โดยรวมก็คือ หัวใจสำคัญของเมือง เป็นย่านธุรกิจที่วัดจาก แหล่งที่ทำงานและความพร้อม ซึ่งถ้าหากดูจากผังเมือง ให้สังเกตว่า พื้นที่ CBD จะเป็นพื้นที่สีแดง ซึ่งหมายถึงที่ดินเชิงพาณิชย์
ออฟฟิศเกรดเอ อุปสงค์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 4พ.ศ.2557 เนื่องจากความมีเสถียรภาพ ทางการเมือง และไม่มีปัจจัยลบรุนแรงต่อภาวะเศรษฐกิจโลก อีกทั้งค่าเงินบาท ก็อ่อนค่าลงจากปีที่ผ่านมา รัฐบาลอนุมัติมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษี และที่ไม่ใช่ทางภาษีเพื่อดึงดูด ให้บริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งสำ นักงานใหญ่ข้ามประเทศ(IHQs) หรือบริษัทการ ค้าระหว่างประเทศ (ITCs)ในประเทศไทย อุปทานยังคงมีอยู่อย่างจำ กัดเพราะว่าไม่มีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาด ผู้ที่เช่าพื้นที่ ขนาดใหญ่ หรือผู้ที่ต้องการเช่าพื้นที่ขนาดใหญ่จะมีข้อจำ กัดในการเลือกค่อนข้าง มากในการย้ายทำ เล หรือย้ายอาคารสำ นักงาน โครงการใหม่ๆ ที่มีกำ หนดแล้ว เสร็จในไตรมาสที่ 2 – 4 พ.ศ.2558 และในปีพ.ศ.2559 มีทั้งหมดประมาณ 207,700 ตารางเมตร โดยส่วนใหญ่จะอยู่นอกพื้นที่ศูนย์กลางเขตธุรกิจ (CBD) อัตราการเช่าในพื้นที่หลักๆ ของกรุงเทพมหานครอยู่ที่มากกว่า 90% โดย อาคารสำ นักงานเกรด A ในเขตพื้นที่ศูนย์กลางเขตธุรกิจจะมีอัตราการเช่าสูง ที่สุด อาคารที่มีคุณภาพด้อยลงไปและอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีเส้นทางรถไฟฟ้า หรือ รถไฟใต้ดินสายปัจจุบันให้บริการจะไม่เป็นที่สนใจเท่าที่ควร ค่าเช่าปรับเพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมาและจะยังคงปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อาคารสำ นักงานส่วนใหญ่ในกรุงเทพมหานครสร้างเสร็จมามากกว่า 15 ปี และ ไม่สามารถปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้นได้มากนัก เจ้าของอาคารจึงต้องปรับปรุงและเพิ่ม ประสิทธิภาพของสิ่งอำ นวยความสะดวกภายในอาคารเพื่อดึงดูดผู้เช่ารวมทั้งยัง ปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้นได้
เครดิต ข้อมูลจาก Colliers International Thailand




















