US ประกาศทยอยลด QE ผลกระทบ
-เงินไหลออกจากตลาดหุ้นเอเชีย
-ผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น
-risk free rate สูงขึ้น จุดนี้จะส่งผลต่อมูลค่าหุ้นจากการคำนวนด้วยแบบต่างๆ
-ดอกเบี้ยเข้าขาขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานของ บมจ และศก ภาพรวมในปท น่าจะชะลอตัวจาก ดบ ที่เข้าขาขึ้น
-เงินไหลออกจากตลาดหุ้นเอเชีย
-ผลตอบแทนพันธบัตรสูงขึ้น
-risk free rate สูงขึ้น จุดนี้จะส่งผลต่อมูลค่าหุ้นจากการคำนวนด้วยแบบต่างๆ
-ดอกเบี้ยเข้าขาขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานของ บมจ และศก ภาพรวมในปท น่าจะชะลอตัวจาก ดบ ที่เข้าขาขึ้น
บมจ จะโดนผลกระทบสองเด้ง คือการปรับค่าพีอีจากการประเมินมูลค่า และตัวธุรกิจเองก็น่าจะได้รับผลกระทบจากภาพรวม ศกที่อาจชะลอตัว ทำให้ผลประกอบการอาจแย่ลง หรือโกรทน้อยกว่าคาดได้
และสุดท้ายก็จะได้ยินว่า บ.นั้นโตไม่ตามเป้า ผิดหวังปรับประมาณการลดลง จากฟากโบรคต่างๆ
แต่กว่าจะได้ยินจากโบรค ราคาหุ้น ดัชนีหุ้น ก็ร่วงไปก่อนหน้าแล้ว
เวลาคาดถึงข่าวดีโบรคมักคาดล่วงหน้าแล้วปรับราคาให้ล่วงหน้า คล้ายๆการชี้นำขึ้น
แต่กว่าจะได้ยินจากโบรค ราคาหุ้น ดัชนีหุ้น ก็ร่วงไปก่อนหน้าแล้ว
เวลาคาดถึงข่าวดีโบรคมักคาดล่วงหน้าแล้วปรับราคาให้ล่วงหน้า คล้ายๆการชี้นำขึ้น
แต่เวลาจะออกข่าวร้ายมักรอให้เกิดก่อนแล้วค่อยบอกว่า เกิดข่าวร้ายจึงปรับประมาณการลดลง ซึ่งมันก็มักจะไม่ทันการ ตัวอย่างเช่น บ้านปู ลองไปดูช่วงที่ราคาลง เทียบกับ บทวิเคราะห์ในช่วงเวลาเดียวกันต่างๆจะเห็นได้ชัด
ตอนอ่านทฤษฎีของ Soros ไม่เคยเชื่อว่าเวลา ดัชนีลงจะกระทบกับ พฐ บ.คิดว่ามันกระทบแค่เพียงความคาดหวังที่ผู้คนให้ต่อตลาดเท่านั้น จะไปกระทบ พื้นฐาน บ. ได้อย่างไร แต่ตอนนี้เห็นได้ชัด
ดัชนีเวลาลงมันไม่ได้อยู่ดีๆลงเองได้ เงินที่ไหลออกกระทบทั้งค่าเงิน ทั้งดบ ทั้งความมั่งคั่งของผู้คน รวมถึงกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อต่างๆ ทำให้กำลังซื้อหดหาย สุดท้ายกลับมาส่งผลต่อ พฐ ของ บ.
ตลาดหุ้นแย่คนนอกมองแค่ตลาดทุนแย่ไม่เกี่ยวกับเขา แต่ความจริงแล้ววงจรเพิ่งเริ่มแค่ตลาดทุนมันบอกก่อนล่วงหน้าเท่านั้นเอง ศก จริงเดวจะตามมาเอง